เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา โดยม.6/3


รูปภาพของ kalayarat
สร้างโดย: 
ครูกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย


 เฉลยข้อสอบโอเน็ต วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ปี 2550

19. อาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้เกิดของเสียใดในร่างกาย
 1. กรดแลกติก  2. กรดกำมะถัน 
 3. กรดเกลือ     4. กรดอะมิโน
ตอบ  1) เพราะว่า เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อในขณะออกกำลัง เลือดจะลำเลียงออกซิเจนให้ไปไม่ทัน ทำให้ปริมาณ ATP ในเซลล์ลดลงอย่างรวดเร็ว เซลล์จะสลายอาหารโดยกระบวนการหมักกรดแลกติก ไกลโครเจนที่กล้ามเนื้อลายสลายตัวหลายชั้นตามปฏิกิริยาที่เรียกว่า ไกลโครลิซิส จนได้กรดแลกติกและพลังงาน ในช่วงนี้กล้ามเนื้อจะไม่ใช้ออกซิเจน แต่ถ้าทำงานนานเข้าทำให้ได้กรดแลกติก ซึ่งเป็นเหตุให้เมื่อยล้า จนอาจเป็นตะคริว

20. การฝึกออกกำลังกายวิ่งไป-กลับ ระยะทาง 5 เมตร เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายด้านใด
 1. ความแข็งแรง              2.ความทนทาน 
 3. ความคล่องแคล่วว่องไว 4. ความอ่อนตัว
ตอบ  3) เพราะว่า การวิ่งไป-กลับระยะทาง 5 เมตรเป็นประจำ เป็นการเคลื่อนไหวแบบเปลี่ยนทิศทาง เมื่ออกกำลังกายเช่นนี้บ่อยๆ จะเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเป็นการเพิ่มสมรรถภาพ พัฒนาความคล่องแคล่วว่องไว

21. การออกกำลังกายแบบใดเป็นการออกกำลังกายด้วยวิธีการเคลื่อนไหวอยู่กับที่
 1. การเต้นแอโรบิก  2. การฝึกยิมนาสติก 
 3. การวิ่งอยู่กับที่    4. การฝึกวิดพื้น
ตอบ  4) เพราะว่า การฝึกวิดพื้นเป็นวิธีการออกกำลังกายด้วยวิธีการเคลื่อนไหวอยู่กับที่ โดยใช้ฝ่ามือและปลายเท้ายันพื้นไว้ในท่านอน พร้อมทั้งเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายขณะที่ออกกำลัง ซึ่งออกกำลังกายในท่าที่อยู่ที่เดิม

22. กล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายแข็งแรงที่สุด
 1. กล้ามเนื้อคอ      2. กล้ามเนื้อหลัง
 3. กล้ามเนื้อต้นขา  4. กล้ามเนื้อหน้าท้อง
ตอบ  3) เพราะว่า กล้ามเนื้อต้นขาประกอบไปด้วย กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ซึ่งมีหน้าที่แต่ละส่วนต่างๆมากมายและยึดติดกันระหว่ากล้ามเนื้อ ซึ่งถือเป็นกล้ามเนื้อบริเวณที่แข็งแรงที่ สุดในร่างกาย

อาริตา ปากดีสี ม.6/3 เลขที่ 18


รูปภาพของ sss27166

 O-Net 49

13.กลูโคสที่เหลือใช้ภายในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อใด
       1.ไขมัน        2.โปรตีน       3.วิตามิน       4.คาร์โบไฮร์เดร
ตอบ   ข้อ1.ไขมัน
เพราะ น้ำตาลกลูโคสที่เหลือใช้ ร่างกายจะเก็บสำรองไว้ ในรูปไกลโคเจนและไขมัน ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการดังนี้ 1. อาหาร ( แป้ง น้ำตาล ไขมัน) เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส เข้าสู่กระแสเลือด ส่งต่อไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสลายเป็นพลังงานต่อไป
2. เมื่อน้ำตาลกลูโคสในเลือดมีปริมาณสูงกว่าเกณฑ์/ระดับปกติ (ระดับที่มากกว่า 80-100 มิลลิแกรมต่อเดซิลิตร) จะเกิดสภาวะไม่สมดุลย์ ฮอร์โมนอินซูลินจะหลั่งออกมาจากตับอ่อน ช่วยให้น้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์มากขึ้น แต่ถ้าร่างกายไม่ต้องการพลังงานมากนักหรือเมื่อในเลือดมีน้ำตาลกลูโคสมาก เกินไป อินซูลินที่หลั่งออกมามากจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสส่วนที่เหลือใช้ให้เป็นไกลโค เจน แล้วนำไปเก็บระยะสั้นไว้ที่ตับและตามกล้ามเนื้อในรูปละลายในน้ำ และเมื่อล้นจากส่วนนี้ จะนำเก็บในรูปไขมัน จึงควรทานอาหารชนิดที่ทำให้น้ำตาลกลูโคสเข้ากระแลเลือดอย่างช้าๆ ซึ่งจะไม่กระตุ้นให้ผลิตอินซูลินขึ้นมามากและรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเข้าสู่ขบวนการเก็บสำรองน้ำตาลกลูโคสที่เหลือใช้ในรูปของ ไขมัน

14.ปัจจัยใดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์มากที่สุด
       1.การมีสุขภาพจิตดี                            2.การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
       3.การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย     4.การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
ตอบ  ข้อ 4. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
เพราะ การโภชนาการที่ดีนั้น คือ การทานอาหารแบบที่เรียกว่าได้สมดุล ( Balance diet) ซึ่งจะได้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการเจริญเติบโต รวมถึงไวตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตด้วย ไม่ได้หมายถึง การทานแต่อาหารหรือไวตามินวิทยาศาสตร์ เนื่องจากอาจทำให้ได้สารอาหารและแคลอรี่ที่ไม่ได้สมดุล ไม่เหมือนกับการรับประทานอาหารธรรมดา ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และมีความหลากหลาย เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ และผักผลไม้หลายชนิด ฯลฯ ซึ่งจะเป็นอาหารที่สมดุล และมีไวตามินและแร่ธาตุครบ ที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ควรระวังปัญหาโรคอ้วนในเด็ก ซึ่งในปัจจุบันเริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ
      
15.ข้อใดควรปฎิบัติมิให้ร่างกายขาดวิตามินเอ
           1.รับประทานน้ำมันตับปลา                    
           2.ออกกำลังกายกลางแจ้ง
           3.รับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ
           4.รับประทานผักใบสีเขียวและผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ
ตอบ ข้อ 4.รับประทานผักใบสีเขียวและผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ
เพราะ วิตามินเอ  ได้จากพวกผักผลไม้ที่มีสีเขียวหรือสีส้ม เช่น แครอท บร๊อคโคลี่ มะม่วง มะละกอ ซึ่งมีเบต้าเค    โรตีนเป็นส่วนประกอบและมีวิตามินเอสูงช่วยลดการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดและกระเพาะได้
    
16.ข้อใดเป็นอาหารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมากที่สุด
          1.ข้าวเหนียวส้มตำ                  2.ข้าวเหนียวหมูย่าง
          3.ข้าวเหนียวสังขยา                 4.ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง
ตอบ  ข้อ 2.ข้าวเหนียวหมู่ปิ้ง
เพราะ ข้าวเหนียวสังขยา มีปริมาณแคลรอรี่และน้ำตาลสูงกว่าอาหารในข้ออื่นๆถ้ารับประทานบ่อยครั้งอาจทำให้เป็นโรคเบาหวานและโรคอื่นๆตามมา


รูปภาพของ sss27239

เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 2549 (ข้อ41-44)

41. โปรตีนเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในร่างกาย เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ โปรตีนเกิดจากองค์ประกอบย่อยๆที่เรียกว่าอะไร และสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่กลุ่ม
     1) กรดแลกติก แบ่งได้ 2 กลุ่ม
     2) กลูโคส แบ่งได้ 4 กลุ่ม
     3) เอนไซม์ แบ่งได้ 2 กลุ่ม
     4) กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม
ตอบ ข้อ 4. กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม เพราะกรดอะมิโน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และกรดอะมิโนไม่จำเป็น ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้

42. อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงได้แก่ข้อใด
     1) นมผงอัดเม็ด
     2) เนื้อหมู ไก่ ไข่ ผัก
     3) อาหารที่มีรสจัด
     4) ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว
ตอบ ข้อ 3. อาหารที่มีรสจัด เพราะหากผู้สูงอายุรับประทานอาหารรสจัดมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคต่างๆได้ เช่น ถ้ารับประทานอาหารรสหวานมากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคเบาหวานได้  ถ้ารับประทานอาหารรสเค็มมากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคไตได้ เป็นต้น ดังนั้นผ้สูงอายุควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ควรรับประทานอาหารที่มีรสชาติพอดี ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่เปรี่ยว หรือไม่เผ็ดจนเกินไป ก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรงได้

43. ความเชื่อด้านสุขภาพอะไรมีผลที่สำคัญในเรื่องการปรับเปลี่ยน และความคงอยู่ต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล
     1) ความรู้ การกระตุ้น กดดัน
     2) ความเป็นอยู่ การเกิดโรค การรักษา
     3) ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน
     4) ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ
ตอบ ข้อ 4 ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ เพราะหากมีความรู้เรื่อง  ด้านอาหาร จะรู้จักเลือกที่จะรับประทานอาหาร และระมัดระวังในการบริโภคอาหารมากขึ้น นำความรู้เรื่องนั้นมาปรับเปลี่ยนความคิด แนวคิดการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ปฏิบัติตนตามแนวคิดที่วางไว้ หรือแนวทางในการดำเนินชีวิตไปในทางที่ต้องการ

44. ข้อใดไม่ใช่ระบบเฝ้าระวังที่เน้นระบบเฝ้าระวังเชิงรุกร่วมกันทีมีส่วนร่วมต่อแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
    1) การตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาโรค
     2) การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
     3) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค
     4) ศึกษาและเฝ้าระวังโรคทางพันธูกรรมเพิ่มขึ้น
ตอบ ข้อ 3 ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค เพราะไม่ใช่แนวทางการป้องกันโรคติดต่อ เนื่องจากการศึกษาพฤติกรรมการบริโภค ไม่ใช่ระบบการเฝ้าระวัง แต่ในตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมามีส่วนในการป้องกันโรคติดต่อ ยกเว้นการศึกษาพฤติกรรมการบริโภค

นางสาวอรปทุม        ศรีงาม     ม.6/3    เลขที่ 11



38. ถ้าเพื่อนนักเรียนมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน นักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะดีที่สุด
1. รีบเข้าไปขวางและบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นๆ
2. บอกให้เพื่อนทั้งคู่ใจเย็นและบอกให้เพื่อนไปตามครู
3. รีบดึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งออกไปให้ไกลๆ
4. รีบเดินหนีไปให้เร็วที่สุดและไปแจ้งครู

ตอบข้อ 3.รีบดึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งออกไปให้ไกล ๆ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะการที่หลีกเลี่ยงการพูด โต้เถียงหรือประทะกันเป็นทางที่ดีกว่าการเผชิญหน้ากัน ต่างคนก็ต่างมีอารมณ์รุนแรงด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าแยกได้ควรจะรีบแยกเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง

ข้อ 1 2 3 ไม่ใช่เพราะ ที่บอกให้รีบเข้าไปขวางและบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็น ๆ ไม่น่าจาเป็นวิธีที่ได้ผลเพราะว่าถ้าหากเราเข้าไปขวางในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังทะเลาะวิวาทกันอาจมีการใช้กำลังความรุนแรงเราก็อาจจะถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วยเพราะว่าทั้งสองฝ่ายกำลังขาดสติและอาจจะไม่สนใจคนรอบข้าง และถ้าหากเราบอกให้ใจเย็น ๆ ก็อาจจะเป็นการพูดไปโดยเปล่าประโยชน์

39. เมื่อนักเรียนพบคนจมน้ำที่หยุดหายใจ การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการผายปอดควรต้องทำเรื่องใดเป็นอันดับแรก
1. ควรเอาน้ำออกจากปอด
2. เปิดทางเดินลมหายใจให้ผู้ป่วย
3. จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนให้สบายที่สุด
4. การปลดสิ่งที่รัดตรึงร่างกาย เช่น เข็มขัด

ตอบข้อ 2. การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นพื้นฐานประกอบด้วย 3 ขั้นตอนใหญ่สำคัญ คือ A B C ซึ่งต้องทำตามลำดับคือ

1.A - Airway : การเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง
2.B - Breathing : การช่วยให้หายใจ
3.C - Circulation : การนวดหัวใจเพื่อช่วยให้เกิดเลือดไหลเวียนอีกครั้ง

A : Airway หมายถึง การเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติการขั้นแรก ที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากโคนลิ้นและกล่องเสียงมีการตกลงไปอุดทางเดินหายใจส่วนบนในผู้ป่วยที่หมดสติ ดังนั้นจึงต้องมีการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง โดยการดัดคางขึ้นร่วมกับการกดหน้าผากให้หน้าแหงนเรียกว่า "head tilt chin lift"

ในกรณีที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอหัก หรือในรายที่สงสัย ควรใช้วิธี "jaw thrust maneuver" โดยการดึงขากรรไกรทั้งสองข้างขึ้นไปข้างบน ผู้ช่วยเหลืออยู่เหนือศีรษะผู้ป่วย

B : Breathing คือ การช่วยหายใจ เนื่องจากการหายใจหยุด ร่างกายจะมีออกซิเจนคงอยู่ในปอดและกระแสเลือด แต่ไม่มีสำรองไว้ใช้ดังนั้น เมื่อหยุดหายใจ จึงต้องช่วยหายใจ เป็นวิธีที่จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดผู้ป่วยได้ ซึ่งออกซิเจนที่เป่าออกไปนั้นมีออกซิเจนประมาณ 16-17 % ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในร่างกาย สามารถทำได้หลายวิธี คือ ด้วยการเป่าปาก (mouth to mouth) เป่าจมูก (mouth to nose)

กรณีเป่าปาก บีบจมูกของผู้ป่วย ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าปอดลึก ๆ ซัก 2-3 ครั้ง หายใจ เข้าเต็มที่แล้วประกบปากให้แนบสนิทกับปากของผู้ป่วย แล้วเป่าลมหายใจเข้าไปในปอดให้เต็มที่ (Mouth to Mouth)

กรณีเป่าจมูก ใช้ในรายที่มีการบาดเจ็บในปาก หรือในเด็กเล็ก ต้องปิดปากของผู้ป่วยก่อน และเป่าลมหายใจเข้าทางจมูกแทน
(Mouth to Nose)
ขณะที่เป่าให้เหลือบมองยอดอกของผู้รับบริการด้วยว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ การเป่าลมหายใจของผู้ช่วยเหลือผ่านทางปากหรือจมูก จะต้องทำอย่างช้าๆ ปล่อยปากหรือผู้ช่วยเหลือออกจากปากหรือจมูกของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจออก ให้ ผายปอด 2 ครั้ง ๆ ละ 1-1.5 วินาที (แต่ละครั้งได้ออกซิเจน 16 %) อัตราเร็วในการเป่า คือ 12 -15 ครั้ง / นาที ใกล้เคียงกับการหายใจปกติ

C : Circulation คือการนวดหัวใจภายนอก ทำในรายที่ประเมินภาวะหัวใจหยุดเต้น โดยการจับชีพที่ carotid artery แล้วไม่พบว่ามีการเต้นของชีพจร ก็จะช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดโดยการกดนวดหัวใจภายนอก (cardiac massage) โดยมีหลักการคือ กดให้กระดูกหน้าอก (sternum) ลงไปชิดกับกระดูกสันหลัง ซึ่งจะทำให้หัวใจที่อยู่ระหว่างกระดูกทั้งสองอัน ถูกกดไปด้วย ทำให้มีการบีบเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย เสมือนการบีบตัวของหัวใจ

การประเมินการหายใจโดยการทำ look listen and feel
   - look คือ ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอก และหน้าท้องว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ หรือ หายใจหรือไม่
   - listen คือ ฟังเสียงลมหายใจ โดยเอียงหูของผู้ช่วยเหลือเข้าไปใกล้บริเวณจมูกและปากของผู้ป่วย ว่าได้ยินเสียงอากาศผ่านออกมาทางจมูกหรือปากหรือไม่
   - feel คือ สัมผัส โดยการใช้แก้มของผู้ช่วยเหลือสัมผัสกับความรู้สึกว่ามีลมหายใจที่ผ่านออกจากปากหรือจมูก อาจใช้สำลีหรือวัสดุบางเบาจ่อบริเวณจมูก

40. ถ้านักเรียนพบผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชน และต้องการความช่วยเหลือนักเรียนจะต้องทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก
1. ตรวจสอบการหายใจและการเต้นหัวใจ
2. จับชีพจร และสำรวจร่างกาย
3. วัดอุณหภูมิของร่างกาย สังเกตการหายใจ
4. สังเกตม่านตา การหายใจ ลักษณะของสี

ตอบข้อ 2. เพราะต้องตรวจดูว่าผู้ป่วยยังหายใจหรือไม่ด้วยการจับชีพจรเพื่อเป็นการตรวจดูการเต้นของหัวใจ
                  การจับชีพจร สามารถจับได้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

                  1.ที่ข้อมือทางด้านนิ้วหัวแม่มือ

                  2.ที่ขมับ

                  3.มุมกระดูกขากรรไกรล่าง

                  4.ข้างๆคอ

                  5.ข้อพับแขน

                  6.ขาหนีบ

                  7.บริเวณขาพับ

                  8.บนหลังเท้าทางนิ้วหัวแม่เท้า

และจะต้องประเมินสภาพของผู้ป่วย ตรวจดูว่าผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บหรือมีแผลที่ตรงบริเวณส่วนใดบ้าง
หลักการประเมินผู้ป่วยขั้นต้น เป็นการรวบรวมข้อมูลของสถานที่เกิดเหตุและผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน เพื่อการวางแผนให้การช่วยเหลือ
                      แบ่งออกเป็น

                      - การประเมินสถานการณ์
                      - การประเมินสภาพผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินขั้นต้น

                      การประเมินสภาพผู้ป่วยขั้นต้น

                      1. เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ

                      - สภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยอาศัยการประเมินในขั้นแรกจากสภาพแวดล้อม ณ จุดเกิดเหตุ
                      - อายุ
                      - เพศ / รูปร่าง
                      - สาเหตุของอาการเจ็บป่วย / การบาดเจ็บ

                      2. เป็นการประเมินสภาพผู้ป่วยว่าอยู่ในภาวะที่ได้รับ

                      - อันตรายต่อชีวิตหรือไม่
                      - หมดสติ ไม่หายใจ / หายใจลำบาก
                      - ประเมินดูว่าผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับอะไร หรือเกิดการบาดเจ็บได้อย่างไร
                      - เสียเลือดมาก
                      - มีภาวะช็อค
หลักการประเมินสภาพ

                      D : danger : การประเมินความปลอดภัยของสถานการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ
                      R : response : การประเมินการตอบสนอง ระดับความรู้สึกตัว ของผู้ป่วย
                      A : airway : การประเมินทางเดินหายใจของผู้ป่วย
                      B : breathing : การประเมินการหายใจของผู้ป่วย
                      C : circulation : การประเมินการไหลเวียนโลหิต

การประเมินทางเดินหายใจ (airway)

                           1. ตรวจดู ทางเดินหายใจ ว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากหรือไม่
                       2. เปิดทางเดินหายใจในผู้ป่วยทั่วไป ใช้วิธีดันหน้าผาก ยกคาง (head-tilt chin-lift)
                      - ถ้าทางเดินหายใจโล่ง : สังเกตลักษณะการหายใจ นับจำนวน ครั้ง/นาที
                      - ถ้าทางเดินหายใจไม่โล่ง : ล้วงเศษอาหาร/สิ่งแปลกปลอมดูดเสมหะออก

 

 

 

 จุติภัทร   ชีรวินิจ  ม.6/3  เลขที่ 38



 เฉลยแนวข้อสอบปี 2551 (ข้อ17-19)

 17. นักเรียนฝึกออกกำลังกายด้วยการวิดพื้นเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพของกล้ามเนื้อส่วนใดมากที่สุด
1. กล้ามเนื้อต้นขา
2. กล้ามเนื้อหลัง
3. กล้ามเนื้อหน้าท้อง
4. กล้ามเนื้อแขน
ตอบข้อ 4. เพราะการวิดพื้นเป็นการออกกำลังกายแบบคอนเซนตริก (Concentric) คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อชนิดที่ความยาวของกล้ามเนื้อหดสั้นเข้าทำให้น้ำหนักเคลื่อนเข้าหาลำตัว เช่น การยกน้ำหนักเข้าหาลำตัว ท่าวิดพื้นในขณะที่ลำตัวลงสู่พื้น และ เอกเซนตริก (Eccentric) คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อชนิดที่มีการเกร็งกล้ามเนื้อและความยาวของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เช่น ยกน้ำหนักออกห่างจากลำตัว ท่าวิดพื้นในขณะยก ลำตัวขึ้น  ซึ่งต้องใช้แรงที่แขน


18. นักวิ่งระยะสั้นซ้อมการวิ่ง 100 เมตร ติดต่อกัน 10 เที่ยว ทำให้ล้า เนื่องจากเกิดของเสียใดในร่างกาย
1. กรดแลกติก
2. กรดยูริก
3. กรดเกลือ
4. กรดอะมิโน
ตอบข้อ1. เพราะการเกิดกรดแลคติกในกล้ามเนื้อเป็นผลจากการออกกำลังกายแบบ anaerobic โดยในสภาวะที่มีกรดแลคติกในเลือดสูง(เกิน 4 มิลลิโมล/ลิตร)การหดตัวของกล้ามเนื้อจะถูกยับยั้งเนื่องจาก โปรทีนในเซลล์กล้ามเนื้อจะไม่สามารถทำงานได้ในสภาวะที่เป็นกรดสูง และกรดแลคติกก็จะไปปิดกั้นผนังเซลล์ ทำให้เกิดการสะสมของๆเสียและ ไมโตครอนเดรีย(Mitochrondria)ก็ไม่สามารถสังเคราะห์ ATP ซึ่งเป็นพลังงานของร่างกายได้ ทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้ออย่างทันที ความรู้สึกง่ายๆ คือ ปวดเมื่อย

19. การอบอุ่นร่างกายในข้อใด เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นฟุตบอล
1. หมุนคอ วิ่งรอบสนาม สะพ้านโค้ง วิดพื้น
2. วิ่งรอบสนาม หมุนคอ ลุก-นั่ง สะพานโค้ง
3. วิ่งรอบสนาม หมุนคอ หมุนข้อเท้า เหยียดขา
4. ลุก-นั่ง วิดพื้น หมุนคอ เหยียดขา
ตอบข้อ3. เพราะในสนามฟุตบอลจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหลัง สะโพก โคนขา น่อง กล้ามเนื้อทุกส่วนจะต้องได้รับการตระเตรียมให้พรั่งพร้อมพอๆกันทั้งหมด ขณะปฏิบัติแต่ละท่าต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าหักโหมจนเกินตัว เพราะจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้โดยง่าย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อแตกต่างจากการเล่นกายบริหาร เพราะต้องใช้เวลาการยืดและเหยียดยาวนานกว่า จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการตื่นตัวได้มากและดีกว่า เพราะจากสถิติอาการบาดเจ็บของนักกีฬาฟุตบอลจะเป็นที่ขาถึงร้อยละ 90

น.ส. ศิริพร สิงหพงษ์ ม.6/3 เลขที่32



ข้อสอบ o-net 2551

31. เมื่อนักเรียนไปใช้บริรรักษาสิวในร้านเสริมสวยในฐานะที่เป็นผู้บริโภค นักเรยนมีวิธีการปกป้งสิทธิของตนเองอย่างไร

1. เลือกร้านที่มีสำนักงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้การรรับรอง

2. เลือกร้านที่มีชื่อเสียงเเละมีสาขาเปิดให้บริการมาก

3. เลือกร้านที่มีเเพทย์เเละพยาบาลที่มีอนุญาติทำการ

4. เลือกร้านที่มีเเพทย์ที่มีใบประกอบโรคเเละมีใบอนุญาติทำการ

ตอบข้อ 4 เลือกร้านที่มีใบประกอบโรคเเละมีใบอนุญาติทำการ เพราะมีความเชื่อถือมากกว่าเเละถูกต้องตามกฎหมาย

32.สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน

1. รับประทานยาคุมกำเนิด

2. รับประทานหรือฉีดฮอร์โมน

3. ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ

4. ความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

ตอบข้อ 1, 2, 3  เพราะ

ข้อ 1 ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดทำให้อ้วนง่าย

ข้อ 2 การที่กินยาบางชนิดก็ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ผู้ป่วยบางโรคได้รับฮอร์โมนสเตียรอยด์เป็นเวลานาน อาจทำให้อ้วนได้

ข้อ 3 ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อเช่น ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ทำให้มีไขมันบริเวณต้นขา ต้นเเขน หน้าท้อง

33. จงเรียงลำดับอาการ 3 ระยะ ของไข้มาลาเรียให้ถูกต้อง

ตอบข้อ 4 เพราะ อาการไข้มาลาเรียคล้ายกับไข้หวัด เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ไอ เเต่ซักระยะหนึ่งเชื้อเเต่ละตัวเเบ่งตัวสอดคล้องกันผู้ป่วยจะมีไข้สม่ำเสมอ เเต่ละช่วงเรียกว่า เเพร็อกซิซึม(paroxysm) เเบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. ระยะหนาวสั่น-ผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิร่างกายลดลง มีอาการหนาวสั่น เกินเวลา 30-1 ชั่วโมง

2. ระยะไข้ตัวร้อน - ผู้ป่วยที่มีไข้สูง  40-41 เซลเซียส เวลา 1-4 ชั่วโมง

3. ระยะออกเหงื่อ -เวลาประมาณ1-2ชั่วโมงจากนั้นอุณหภูมิร่างกายก็ปกติ เป็นช่วงที่ไม่มีไข้เเล้ว จากนี้ เเพร็อกซิซึ่มเกิดใหม่เป็นอย่างนี้ต่อไป

ศิรินันท์ ท่านัทธี ม.6/3 เลขที่ 36



ข้อสอบ O-Net ปี 2551 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา (ข้อ 5-8)

5. ถ้านักเรียนต้องการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสาธิดีขึ้น ควรเลือกเข้าร่วมกิจกรรมใด    
      1. เต้นแอโรบิก        2. วิ่งเหยาะๆ        3. รำไม้พลอง        4. โยคะ
เฉลย ข้อที่ 4. โยคะ เพราะโยคะ เป็นการสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียวซึ่งการฝึกโยคะจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การออกกำลังกายหรือการฝึกท่าโยคะ การหายใจหรือลมปราณ การทำสมาธิ โดยการฝึกท่าโยคะจะกระตุ้นอวัยวะและต่อมต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น สุขภาพจึงดีขึ้น

6. ข้อใดไม่ใช่การวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพที่ดี
      1. มีกิจกรรมทางกายมากขึ้น                   2. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว
      3. เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทุกวัน                 4. ฝึกซ้อมกีฬาทุกวัน
เฉลย ข้อที่ 3. เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทุกวัน เพราะการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทุกวันจะส่งผลต่อสุขภาพตา ทำให้ตาเสียได้ง่าย และอาจไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ จนทำให้ไม่สบายได้

7. สื่อชนิดใดมีอิทธิลพต่อการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นมากที่สุด
      1. หนังสือ       2. โทรทัศน์       3. อินเทอร์เน็ต        4. วีดิทัศน์
เฉลย ข้อที่ 3. อินเทอร์เน็ต เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่กว้างขวาง สามารถเปิดหา เปิดดูได้ง่าย ซึ่งมีทั้งด้านดีและด้านลบ หากเลือกใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิดก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นได้

8. ข้อใดเป็นสื่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตครอบครัวแตกแยก
      1. ทรัพย์สินเงินทอง                 2. การศึกษา      
      3. หน้าที่การงาน                     4. ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
เฉลย ข้อที่ 4. ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะหากเมื่ออยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว แต่ไม่เข้าใจกัน หวาดระแวงกัน ก็อาจจะเกิดการทะเลาะวิวาท จนทำให้ครอบครัวต้องแตกแยกกันในที่สุด

นางสาวสุภาภรณ์    แซ่โซว    ม.6/3  เลขที่ 29 



แนวข้อสอบ ONET ปี 2550

47การใชทักษะการปฎิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่มีหลักในการปฎิบัติอย่างไร
1.ปฎิเสธไม่สูบบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงที่แสดงความจริงจังแต่เป็นมิตร
2.ปฎิเสธแบบบอกปัดว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีและรีบเดินหนีไป
3.ปฎิเสธโดยอ้างผู้ปกครองบอกว่าคนสูบบุหรี่เป็นคนไม่ดี
4.ปฏิเสธขอเลื่อนการทดลองสูบบุหรี่ไปก่อน

ตอบ ข้อ1 ปฎิเสธไม่สูบบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความจริงจังแต่เป็นมิตร
เพราะถ้าเราไม่ปฎิเสธให้จิงจัง เพื่อนก็จะยิ่งยุยงให้เราสูบบุหรี่อีก
ซึ่งแต่ก็ต้องพูดให้เป็นมิตร เพราะถ้าเราพูดด้วยน้ำเสียงรุนแรงอาจก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรงได้


48.การสอนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา สามารถทำได้อย่างไร
1.พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักการแก้ปัญหาด้วยการมีสติ
2.พ่อแม่และลูกจะต้องไม่เคยเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน
3.ครอบครัวต้องไม่ใช้คำพูดรุนแรงหรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา
4.พ่อแม่ต้องยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ถูกต้องให้เด็กใจ

ตอบ ข้อ3 ครอบครัวต้องไม่ใช้คำพูดรุนแรงหรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา เพราะเด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมของคนในครอบครัว


49.ถ้านักเรียนจะช่วยผู้ได้รับอุบัติเหตุที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการผายปอด และการกระตุ้นหัวใจไปพร้อมกันเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพ นักเรียนมีหลักการปฎิบัติอย่างไร
1.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 2 : 15 ครั้ง
2.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 5 : 12 ครั้ง
3.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 6 : 15 ครั้ง
4.ผายปอด : กระตุ้นหัวใจเป็น 8 : 14 ครั้ง

ตอบ ข้อ1 ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 2 : 15 ครั้ง ซึ่งเป็นวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
โดยคนเราจะหายใจปกตินั้น 14-19 ครั้ง ต่อนาที ดังนั้นจงต้องทำการปฐมพยาบาลโดยให้ผู้ป่วยหายใจให้ใกล้เคียงกับคนปกติที่สุด


50.ถ้ามีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุรถชนนอนอยู่บนถนน นักเรียนมีหลักการเข้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุบัติเหตอย่างไร
1.เรียกเบาๆ จับชีพจร สังเกตการหายใจ และสำรวจสภาพร่างกาย
2.สังเกตการหายใจ รอยฟกช้ำและการบาดเจ็บบริเวณร่างกาย
3.เอามือแตะตัวผู้ป่วยเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย และสังเกตการหายใจ
4.จับตัวเขย่าเบาๆ สังเกตม่านตา การหายใจ และลักษณะของสีผิว

ตอบ ข้อ1 เรียกเบาๆ จับชีพจร สังเกตการหายใจ และสำรวจสภาพร่างกาย
เพราะหากเข้าไปจับตัวของผู้ป่วยเลย อาจทำให้อวัยวะของผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บร้ายแรงขึ้นได้

 

 

น.ส. อริสรา  ทองโตนด เลขที่26  ม6/3



38.ถ้าเพื่อนของนักเรียนมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน  นักเรียนควรปฎิบัติอย่างไรจึงจะดีที่สุด

1.รีบเข้าไปขวางและบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นๆ

2.บอกให้เพื่อนทั้งคู่ใจเย็นและบอกให้เพื่อนไปตามครู

3.รีบดึงเพื่อนคนหนึ่งออกไปให้ไกลๆ

4.รีบเดินหนีไปให้เร็วที่สุดและไปแจ้งครู

ตอบ . 2. เพราะว่าเราต้องให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นๆก่อนและต้องรีบให้เพื่อนตามครูมาเพื่อให้มีใครรับรู้ และช่วยแก้ไขสถานะการณ์

39.เมื่อนักเรียนพบคนจมน้ำที่หยุดหายใจ การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการผายปอดควรต้องทำเรื่องใดเป็นอันดับแรก

1.ควรเอาน้ำออกจากปอด

2.เปิดทางเดินลมหายใจให้ผู้ป่วย

3.จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนให้สบายที่สุด

4.การปลดสิ่งที่รัดตรึงร่างกาย เช่น เข็มขัด

ตอบ 2.เพราะ  เราจะต้องทำให้ผู้ป่วยหายใจให้ได้ก่อนเพื่อไม่ให้ขาดอ็อกซิเจนไปเลี้ยงสมอง 

40.ถ้านักเรียนพบผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุรถชน และต้องการความช่วยเหลือนักเรียนจะต้องทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก

1.ตรวจสอบการหายใจและการเต้นของหัวใจ

2.จับชีพจร และสำรวจสภาพร่างกาย

3.วัดอุณหภูมิของร่างกาย สังเกตการณ์หายใจ

4.สังเกตม่ายตา การหายใจ ลักษณะของสี

ตอบ 4. เนื่องจาเราจะต้องสังเกตม่านตาว่ายังมีการตอบสนองอยู่รึเปล่าเพื่อให้แน่นอนว่า การทำงานของสมองยังดีอยู่

 

 

 

จุติภัทร  ชีรวินิจ  ม.6/3  เลขที่ 38



ข้อสอบ O-net51

9.โรคใดไม่ใช่โรคติดต่อทางพันธุกรรม
1. ตาบอดสี
2. โรคหัวใจ
3. ทาลาสซีเมีย
4. เฮโมฟิเลีย
ตอบ ข้อ 2. โรคติดต่อทางพันธุกรรม เป็น โรคที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดพันธุกรรมของฝั่งพ่อและแม่   หากหน่วยพันธุกรรมของพ่อและแม่มีความผิดปกติแฝงอยู่ โดยความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการผ่าเหล่าของหน่วยพันธุกรรมบรรพบุรุษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมได้
ทั้งนี้ โรคทางพันธุกรรม นี้ เป็นโรคติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
โดยโรคทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม 2 ประการ คือ ความผิดปกติของออโตโซม (โครโมโซมร่างกาย) และความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

10.การกระทำในข้อใดไม่ใช่การแสดงความเอื้ออาทร
1.พาเพื่อนไปเที่ยวกลางคืน
2.พาเพื่อนไปห้องพยาบาล
3.ให้เพื่อนขอยืมเงิน
4.จดการบ้านให้เพื่อน
ตอบ ข้อ 1. เพราะ การพาเพื่อนไปเที่ยวกลางคืน ไม่ใช่การช่วยเหลือเพื่อน หรือความเอื้ออาทร
เพราะ การเอื้ออาทร คือ การให้ การแบ่งปัน ฉะนั้นการพาเพื่อนเที่ยวกลางคืนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

11.ข้อใดไม่ถูกต้อง
1.หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าชาย
2.การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นการระบายอารมณ์ทางเพศที่ไม่ควรกระทำ
3.การใส่สายเดี่ยว นุงกระโปรงสั้น อาจทำให้เกิด อาชญากรรมทางเพศได้
4.ชายสามารถมีลูกได้จนอายุ 60ปี
ตอบ ข้อ 2. ไม่ถูกต้องเนื่องจาก การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองนั้น เป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง
 ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ เพราะ การช่วยตนเองไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย

12.เมื่ออยู่ในวัยเรียน หากนักเรียนหญิงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ วิธีการแก้ปัญหาที่ควรกระทำคือข้อใด
1.ปรึกษาผู้ใหญ่ หรือครู อาจารย์
2.หาทางแก้ปัญหากับคู่รัก
3.ลาออกจากโรงเรียน
4.ทำแท้ง
ตอบ ข้อ 1. เพราะ ผู้ปกครอง หรือครูอาจารย์จะสามารถให้คำปรึกษาและสามารถหาทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง หากเป็นข้อ 2,3 และ4 จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไร้ทางออกอย่างผิดวิธีฉะนั้นหากปรึกษาผู้ใหญ่
จะทำให้ปัญหาที่หนัก สามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี

 

นางสาว อรวรรณ  สุภิตาภรณ์  ม. 6/3  เลขที่ 30


เฉลยข้อสอบ 0-NET ปี 2549

5. ในการลดความอ้วนต้องคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด
1) ปริมาณและคุณค่าอาหาร
2)
ปริมาณอาหารและแคลอรี่
3) ความพยายามและกำลังใจ
4)
จำนวนมิ้ออาหารและชนิดของอาหาร

ตอบ  ข้อ 2.
ปริมาณอาหารและแคลอรี่ 
เพราะจะต้องคำนึงถึงการทานที่ไม่ควรจะทานเกินกำหนด

6. โดยทั่วไปคนอ้วนมักตายด้วยโรคใดมากที่สุด
1) โรคหัวใจ
2) โรคเบาหวาน

3) โรคมะเร็ง
4) โรคไขข้ออักเสบ

ตอบ  ข้อ 1
โรคหัวใจ
เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศอุตสาหกรรม รวมทั้งประเทศไทยด้วย
เนื่องจากไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน
หัวใจทำงานเพิ่มมากขึ้น
ถ้าเป็นกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจก็ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย

7. บุคคลทั่วไปมีน้ำหนักมาตรฐานขึ้นอยู่กับข้อใด
1) อายุ ส่วนสูง
โครงสร้างของร่างกาย
2) เพศ ส่วนสูง โครงสร้างของร่างกาย
3) อายุ
อาหารและการออกกำลังกาย
4) พันธุกรรม อาหาร การออกกำลังกาย

ตอบ 3) อายุ อาหารและการออกกำลังกาย เนื่องจาก อายุที่มากขึ้นการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงส่งผลต่อ น้ำหนักมาตราฐาน อาหารก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ซึ่งควรรับประทานให้ถูกหลักโภชนาการ และควรมีการออกกำลังกายอย่างสมำเสมอ

8. รัฐภูมิมีส่วนสูง 175 เซนติเมตร หนัก68 กิโลกรัม
รัฐภูมิมีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด
1) อ้วน
2) ผอม
3) ได้สัดส่วน
4)
ควรเพิ่มน้ำหนัก

ตอบ ข้อ  3 คิดได้จาก ค่าBMI โดยนำ น้ำหนัก/(ส่วนสูง)2

ต่ำกว่า 18.5  ผอม
18.5 – 24.9  ปกติ
25.0 – 29.9 อ้วน
30.0  ขึ้นไป 
อ้วนมาก
68/(175)2 = 68/3.0625 =22.20
ได้ 22.20 จะอยู่ในเกณฑ์ ปกติ ก็คือ
ได้สัดส่วน



เฉลยข้อสอบ O-Net ปี 2551 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ข้อ 20 - 23

20. อัตราการเต้นของหัวใจคนปกติคือข้อใด

             1. 50 – 60 ครั้งต่อนาที               2. 60 – 70 ครั้งต่อนาที           

             3. 70 – 80 ครั้งต่อนาที               4. 80 – 90 ครั้งต่อนาที

ตอบ :  ข้อ 3

เหตุผล :  อัตราการเต้นของหัวใจคนปกติเฉลี่ย 70 - 80 ครั้งต่อนาที 

21. กีฬาชนิดใดที่มีการตัดสินลูกออกแตกต่างจากข้ออื่น 

            1. บาสเกตบอล            2. วอลเลย์บอล            3. ตะกร้อ             4. ฟุตบอล

ตอบ : ข้อ 4

เหตุผล :  กีฬาบาสเก็ตบอล  วอลเลย์บอล  และตะกร้อ การตัดสินลูกออก  ลูกบอลจะต้องผ่านเส้นสนามด้านข้างหรือด้านหลังออกไปนอกสนามหมดทั้งลูก   หากลูกยังไม่ตกพื้นยังไม่ตัดสินว่าเป็นลูกออกต้องให้ลูกตกพื้นก่อนจึงตัดสินว่าเป็นลูกออกได้แต่การตัดสินลูกออกของกีฬาฟุตบอลนั้นลูกบอลจะต้องผ่านเส้นประตูหรือเส้นข้างออกไปนอกสนามทั้งลูก  ไม่ว่าจะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรือลอยไปในอากาศ    

22. การแข่งขันฟุตบอล มีเวลาแข่งขันและเวลาพักในข้อใดถูกต้อง   

      1. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
      2. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที
      3. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 40 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
      4. แข่งขัน 2 ครึ่งๆละ 45 นาที พักระหว่างครึ่ง 10 นาที
 

ตอบ : ข้อ 4

เหตุผล :  ระยะเวลาในการแข่งขันฟุตบอล คือ 90 นาที โดยจะแบ่งระยะเวลาการแข่งขันออกเป็น  2 ครึ่ง  ครึ่งละ 45 นาที โดยเวลาการแข่งขันจะมีการนับตลอดเวลา แม้ว่าฟุตบอลจะถูกเตะออกนอกสนามและกรรมการสั่งให้หยุดเล่นก็ตาม ระหว่างครึ่งจะมีเวลาพักให้ 10 นาที โดยกรรมการจะเป็นคนควบคุมเวล

23. การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลระหว่างทีมไทยกับทีมจีน คะแนนในข้อใดถือว่ามีผลแพ้ชนะที่ถูกต้อง            

             1.  25 : 23 , 13 : 25 , 26 : 24 , 20 : 25 , 25 : 22
             2.  25 : 21 , 21 : 25 , 25 : 18 , 20 : 25 ,
12 : 15
             3.  18 : 25 , 17 : 25 , 25 : 19 , 20 : 25 ,
25 : 23
             4.  25 : 18 , 25 : 9  ,  19 : 25 , 18 : 25 , 27 : 26

ตอบ : ข้อ 2

เหตุผล : การนับคะแนน แรลลี่พอยต์ หรือนับทุกลูกที่ลูกตาย จากเซ็ตที่ 1 ถึง เซ็ตที่ 4 กรณีที่เล่น 3 ใน 5 ฝ่ายเสิร์ฟ เล่นลูกจะนับทีละ 1 คะแนน แต่ถ้าฝ่ายเสิร์ฟทำเสียหรือฟาวล์ จะเสียคะแนนและจะต้องเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเล่น โดยนับคะแนนลักษณะเดียวกัน จนกว่ามีทีมใดได้ครบ 25 คะแนนก่อน เป็นทีมชนะในเซ็ตนั้น หลังจากนั้นเริ่มต้นเล่นกันใหม่ จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะซึ่งโดยปกติจะแข่งกันหาผู้ชนะ 3 ใน 5

            เซตการแข่งขันในเซตตัดสิน (เซตที่ 3 หากแข่งขันระบบ 2 ใน 3 หรือ เซตที่ 5 ในระบบ 3 ใน 5 จะแข่งขันแบบแรลลี่พอยต์ หรือนับแต้มทุกแต้มที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำลูกเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟหรือไม่ก็ตาม ฝ่ายใดทำลูกเสียหรือผิดกติกา จะเสียแต้มและเสียสิทธิเสิร์ฟด้วย เซตนี้จะเกมที่ 15 แต้ม ไว้แต่มีกรณีดิวส์ จะต้องมีแต้มห่างกัน 2 แต้ม

 

พิชาภพ     รัตนางกูร    ม.  6/3   เลขที่  33



1.ต่อมไร้ท่อใดหากถูกทำลายไปเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อาจมีชีวิตอยู้ได่ระยะหนึ่งเท่านั้น

1.  ตับอ่อน     2.  ต่อมหมวกไต     3.  ต่อมไทรอยด์     4.  ต่อมใต้สมองส้วนหน้า

ตอบ ข้อ 4
1. ผิด เพราะ ตับอ่อนผลิตอินซูลินควบคุมน้ำตาล
2. ผิด เพราะ ต่อมหมวกไตผลิดฮอร์โมนอะดรีนาลินกระตุ้นร่างกายทุกส่วยให้เตรียมพร้อม
3. ผิด เพราะ ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอกซินควบคุมการเจริญเติบโต
4. ถูก เพราะ ต่อมใต้สมองส้วนหน้าผลิตออร์โมนต่างๆ

เพิ่มเติม>> ข้อ3และ4 คล้ายกันแต่ฮอร์โมนไทรอกซินถูกผลิตจากต่อมใต้สมองส้วนหน้า

2.ต่อมใต้สมองเป็นต่อมหลักสำคัญที่ควบคุมต่อมไร้ท่อต่างๆยกเว้นข้อใด

1.  ต่อมไทรอยด์     2.  ต่อมพาราไทรอยด์     3.  ต่อมหมวกไต     4.  ต่อมเพศ

ตอบ ข้อ 2
1. ผิด เพราะต่อมไทรอยด์ควบคุมการเจริญเติบโต
2. ถูก เพราะต่อมพาราไทรอยด์ควบคุมปริมาณแคลเซียม
3. ผิด เพราะต่อมหมวกไตกระตุ้นร่างกายทุกส่วยให้เตรียมพร้อม
4. ผิด เพราะต่อมเพศควบคุมเซลล์สืบพันธุ์

3.ข้อใดไม่ถูกต้องถ้าเปรียบเทียบระบบหายใจกับต้นไม้กลับหัว

1.  ลำต้น:ขั้วปอด     2.  ลำต้น:หลอดลม     3.  กิ่งก้าน:ท่อลมเล็ก     4.  แขนงกิ่ง:ถุงลม

ตอบ ข้อ 1
เพิ่มเติม>>ถ้าเรียงจากระบบหายใจจะได้  หลอดลม>ท่อลมเล็ก>ขั้วปอด>ถุงลม
ซึ่งถ้าเรียงต้นไม้ที่กลับหัวแล้วจะได้เป็น   ลำต้น>กิ่งก้าน>แขนงกิ่ง

4.ข้อใดเป็นพัฒนาการการคบเพื่อนของวัยรุ่น

1.  คบเพื่อนวัยเดียวกัน     2.  คบเพื่อนต่างวัย     3.  คบเพื่อนเพศเดียวกัน     4.  คบเพื่อนต่างเพศ

ตอบ ข้อ 3
1. ผิด เพราะ คบเพื่อนวัยเดียวกันแต่ต่างเพศไม่เหมาะสม
2. ผิด เพราะ คบเพื่อนต่างวัยแต่ต่างเพศก็ไม่เหมาะสมอีกเช่นเดียวกัน
3. ถูก เพราะ คบเพื่อนเพศเดียวกันไม่เยงมากนัก
4. ผิด เพราะ คบเพื่อนต่างเพศมีโอกาสเสี่ยงมาก

เพิ่มเติม>> สังเกตได้ว่า ข้อ 1,2และ4 เป็นการคบเพื่อนต่างเพศทั้งสิ้นซึ่งเสี่ยงต่อการถูกชักชวนไปในทางที่ไม่เหมาะสม

 น.ส.ณัฏฐนิช   อาบสุวรรณ์

ชั้น ม.6/3  เลขที่ 27


เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษา O-net ปี 50  ข้อ7-10


7.เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น วัยรุ่นชายจะมีการเจริญเติบโตทางร่างกาย ช้ากว่าวัยรุ่นหญิงประมาณ 2 ปี เพราะได้รับอิทธิพลจากข้อใด

1. ยีน                    2. สมอง
3. สิ่งแวดล้อม          4. ต่อมไร้ท่อ


ตอบ  4   เพราะในเพศหญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเพศชายประมาณ 1 - 2 ปี  โดยมีฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อในร่างกายเป็นตัวควบคุม

 

8. การวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพดี ด้วยการรับประทานอาหารครบทุกหมู่และออกกำลังกายด้วยการเดิน จะได้ประโยชน์มากที่สุดข้อใด
1. กระดูกยาวขึ้น
2. มวลกระดูกมากขึ้น
3. กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
4. เอ็นและข้อต่อแข็งแรงขึ้น

ตอบ  4  เพราะการเสริมสร้างกระดูกทำได้โดยการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่และมีปริมาณแคลเซียมที่มากเพียงพอมนุษย์ออกกำลังกายด้วยการเดินมาตลอดธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้ นอน เดิน ยืน นั่ง  การนอนถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดจะทำให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนด้วย  และถูกใช้งานน้อยที่สุดการเดินต่อเนื่องกัน 30 -40 นาทีถือได้ว่าวิเศษสุดและเป็นการบาดเจ็บน้อยที่สุดและหากเดินต่อเนื่องกัน 20 นาทีขึ้นไปจะเป็นการดีส่งผลให้ร่างกายกล้ามเนื้อพัฒนาขึ้นจิตใจก็สบาย

 

9. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม
1. การอบรมเลี้ยงดู
2. สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว
3. ระดับการศึกษาของครอบครัว
4. ความเชื่อในคำพยากรณ์ชีวิต

ตอบ  4 เพราะคำพยากรณ์หรือคำทำนายนั้นเป็นเหมือนสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ไม่เป็นจริงเสมอไป เราควรที่จะรับรู้และรับฟังไว้บ้าง แต่ไม่ใช่จะนำมาเป็นแผนในการดำเนินชีวิต


10. จากคำกล่าวที่ว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" นักเรียนจะแปลความหมายให้ถูกต้องที่สุดคือข้อใด

1. การอบรมเลี้ยงดู       2. สติปัญญา        3. สิ่งแวดล้อม       4. กรรมพันธุ์

ตอบ   1  เพราะ  "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" หมายถึง พ่อแม่เป็นเช่นไร  ลูกย่อมไม่ต่างจากพ่อแม่มากนัก  นั่นก็เพราะคนเราตั้งแต่เกิดมาจะได้รับการหล่อหลอมจากครอบครัวเป็นอันดับแรก  การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว  ทำให้เราเกิดการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆจากครอบคร้วได้อย่างมากเลยทีเดียว 

 

 นางสาว ประภาภรณ์   แซ่ตั้ง   ม.6/3   เลขที่ 15


รูปภาพของ sss27271

เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษา O-net ปี 50

23. คนอายุ 20 ปี ต้องการฝึกกีฬาที่มีความหนัก 80%ของอัตราการเต้นของหัวใจ สูงสุด จะมีอัตราการเต้นของหัวใจเท่าใด
     1) 156 ครั้งต่อนาที
     2) 160 ครั้งต่อนาที
     3) 166 ครั้งต่อนาที
     4) 172 ครั้งต่อนาที
ตอบ  2. 160 ครั้งต่อนาที     เพราะวิธีหาอัตราการเต้นของหัวใจ คือเอาตัวเลข 220 - ด้วยอายุ จะได้เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด สมมุติว่าเพื่อนๆอายุ 20 ก็เอา 220-20 = 200 ต่อนาที ค่า 200 นี้คืออัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของเรา แต่เราจะเอาตัวนี้ไปใช้ไม่ได้ หลักการออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์คือต้อง 80 เปอเซนต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ดังนั้น 80 เปอเซนต์ของ 200 เท่ากับ 160 ค่านี้หมายถึงคนที่ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรเลยนะ เพื่อความหลอดภัยเราก็ลดอัตราการเต้นหัวใจลงมาให้เหลือสัก 140-150 สำหรับคนที่อายุ 20 ปี

24. ปัจจัยในข้อใดมีความสำคัญที่สุดในการสร้างสมรรถภาพทางกาย
     1) อาหาร
     2) อาหารเสริม
     3) ยาบำรุง
     4) การออกกำลังกาย
ตอบ  4. การออกกำลังกาย     เพราะ สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายที่ใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดความเหนื่อย หรือเกิดน้อยและมีพลังงานเหลือในร่างกายที่จะประกอบกิจกรรมฉุกเฉินหรือนันทนาการได้

25. ในการเล่นกีฬา เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าเคล็ด นักกีฬาควรปฏิบัติอย่างไร
     1) หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง
     2) หยุดพัก ใช้ความร้อนประคบ ยกขาขึ้นสูง
     3) หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ยกขาขึ้นสูง
     4) หยุดพัก ใช้ความร้อนประคบ ปล่อยให้ขาห้อยลง
ตอบ  3. หยุดพัก ใช้ความเย็นประคบ ยกขาขึ้น      เพราะ เมื่อเกิดเหตุข้อเท้าเคล็ด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ใช้หลักการของ“R-I-C-E” มี 4 ประการ ด้วยกัน ได้แก่
               1. R(หรือ Rest) คือ การพัก โดยควรลดหรือหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ และพยายามพักผ่อนอยู่เฉยๆ อย่าพยายามใช้งานขอเท้าข้างนั้น จนกว่าจะทุเลา
               2. I(หรือ Ice) คือ การใช้ความเย็นประคบข้อเท้าราวๆ 15 นาที โดยทำทันทีหลังได้รับบาดเจ็บ เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดมายังข้อเท้า เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว อาการบวม ห้อเลือด และฟกช้ำก็จะลดน้อยลง
               3. C(หรือ Compression) คือ การพันรอบ ด้วยการใช้ผ้าพันแผลชนิดยืด(Elastic Bandage) แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ หรือตัดชายเสื้อยืดที่เราสวมใส่อยู่ นำมาพันข้อเท้าพอแน่น แต่อย่าให้แน่นเกินไป เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก
              4. E(หรือ Elevation) คือ การยกเท้าสูง ครั้นหยุดพักหรือเวลานอน ควรยกปลายขาข้างที่บาดเจ็บให้สูงขึ้นด้วยการใช้เป้รองหรือพาดกับก้อนหิน/ต้นไม้ในบริเวณนั้น เพื่อลดอาการบวม และทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณข้อเท้าไหลย้อนกลับสู่หัวใจได้ดียิ่งขึ้น

26. การแข่งขันเซปักตะกร้อ  ข้อใดถือว่าเป็นผลแพ้ ชนะที่ถูกต้อง
     1) 11 : 9 , 11 : 8
     2) 15 : 13 , 15 : 12
     3) 21 : 19 , 21 : 18
     4) 25 : 23 , 25 : 21
ตอบ  2. 15:13 , 15:12         เพราะการนับคะแนนในการแข่งขันเซปักตะกร้อ มีการแข่งขันใช้แบบ 2 ใน 3 เซต ในเซตที่ 1 และเซตที่ 2 จะมีคะแนนสูงสุด 15 คะแนน ทีมใดได้ 15 คะแนนก่อน จะเป็นผู้ชนะในเซตนั้นๆ ทั้ง 2 เซต จะไม่มีดิวส์ หากทั้งสองทีมได้ 13 ก่อน หรือ 14 เท่ากัน พักระหว่างเซต 2 นาที ถ้าเสมอกัน 1:1 เซต ให้ทำการแข่งขันเซตที่ 3 ด้วยไทเบรก โดยเริ่มด้วยการเสี่ยงใหม่ โดยใช้คะแนน 6 คะแนน ทีมใดได้ 6 คะแนนก่อนเป็นผู้ชนะ แต่จะต้องแพ้ชนะอย่างน้อย 2 คะแนน ถ้ายังไม่แพ้กันไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ก็ให้ทำการแข่งขันอีก 2 คะแนน แต่ไม่เกิน 8 คะแนน เช่น 8:6 หทรือ 8:7 ถือเป็นการยุติการแข่งขันระบบไทเบรก เมื่อฝ่ายใดก็ตามได้ 3 คะแนน และขอเวลานอกได้เซตละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที สำหรับไทเบรก ขอเวลาได้ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที

วิชชุดา  ชลพรมงคล  ม.6/3  เลขที่  19

........................^^..........................


รูปภาพของ sss27268

onet ปี2550

15.  วัฒนธรรมต่างชาติที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของเด็กวัยรุ่นเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด

1.หนังสือและสิ่งพิมพ์ต่าง               2.การสื่อสารที่ไร้พรมแดน

3.ความเจริญทางเทคโนโลยี          4.ภาพยนตร์วิทยุ โทรทัศย์

 ตอบ ข้อ3 เพราะ รวมเอาคำตอบทุกข้อไว้หมดแล้ว

 

16.  ข้อใดเป็ยการป้องกันตนเองจากโรคเอดส์เมื่อมีเพศสัมพันธ์

1.ทำความสะอาดอวัยวะเพศ                  2.สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง

3.หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  4. ไม่สำส่อนทางเพศ

 ตอบ ข้อ2 เพราะข้ออื่นมีโอกาสเสี่ยงมากกว่า

 

17.  การออกกำลังกายวิธีใดทำให้หัวใจแข็งแรงที่สุด

1.วิ่ง100เมตร                         2.ยกน้ำหนัก

3.เดินเร็ว                               3.กระโดดสูง

ตอบ ข้อ 3 เพราะหัวใจจะต้องสูบเลือดเร็วสม่ำเสมอ และนานกว่าข้ออื่น

 

18.  เมื่อมนุษย์ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหยาะๆทุกวันๆละ 30นาที ร่างกายจะพัฒนากล้ามเนื้อสีใดในร่างกายมากที่สุด

1.สีขาว                                   2.สีแดง

3.สีชมพู                                  4.สีดำ

ตอบ ข้อ2  เพราะกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานทุกวันจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นคือสีแดง

 

อารดา ศิริธัญยา เลขที่ 17



เฉลยข้อสอบ O-Net  วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ปี 2549

25. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ไขมันอิ่มตัวได้ง่าย
     1) คาร์บอน
     2) ออกซิเจน
     3) ไฮโดรเจน
     4) ไนโตรเจน
ตอบ  3) ไฮโดรเจน เพราะกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid) จะมีอะตอมของคาร์บอนที่ต่อกันเป็นลูกโซ่ด้วยพันธะเดี่ยวเท่านั้น  โดยที่แขนของคาร์บอนแต่ละตัวจะจับอะตอมของไฮโดรเจนเต็มไปหมด ไม่มีแขนว่างอยู่เลย

26. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้มากที่สุด
     1) อาหารที่มีฝุ่นละออง
     2) อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก
     3) อาหารที่มีสีและรสจัด
     4) อาหารที่ปรุงโดยไม่มีการล้าง

ตอบ 2) อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก เพราะ จุลินทรีย์บางชนิด  เช่น  แบคทีเรีย  ไวรัส  ยีสต์  รา  เป็นต้น  มักติดมากับผักที่รดด้วยน้ำสกปก  ปลาที่อยู่ในบ่อน้ำสกปก  ผู้ปรุงไม่ล้างมือให้สะอาด  หรือแมลงวันพาเชื้อโรคมาเกาะอาหาร   เมื่อกินอาหารที่มีจุลินทรีย์เหล่านี้ปะปนอยู่จะทำให้เกิดอาการและโรคต่าง ๆ ได้  เช่น  แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอหิวาต์  โรคบิด  วัณโรค  ไวรัสทำให้เกิดโรคตับอักเสบ  ไขสันหลังอักเสบ  ไข้เหลือง  โรคท้องร่วงในเด็ก  เป็นต้น
                นอกจากนี้สิ่งเป็นพิษยังอาจเกิดจากสารพิษที่เป็นผลผลิตจากจุลินทรีย์บางชนิด  เช่น  อะฟลาทอกซิน  ซิราลีโนน  พาทูลิน  เป็นต้น  สารพิษที่สำคัญและเป็นปัญหาสำคัญมากที่สุด  คือ  อะฟลาทอกซิน  ซึ่งเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง  ชื่อ  แอสเพอร์จิลลัส  ฟลาวัส  ( Aspergillus  flavus )  สารพิษชนิดนี้พบมากในถั่วลิสง  ข้าวโพด  งา  เครื่องเทศ  และอาหารแห้งอื่น ๆ เช่น  กุ้งแห้ง  พริกแห้ง  หอม  กระเทียม  เป็นต้น  และสารชนิดนี้ทนต่อความร้อน  โดยไม่อาจทำลายได้โดยความร้อน  เมื่อเรากินอาหารชนิดที่มีสารพิษปะปนอยู่  จะทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน  เช่น  มีไข้สูง  คลื่นไส้  อาเจียน  ไม่รู้สึกตัว  สมองและตับถูกทำลาย  และอาจเสียชีวิตได้ภายใน 2 - 3 วัน  และอาการเรื้อรัง  ได้แก่  มะเร็งในตับซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมีสารพิษสะสมอยู่ในเวลานาน

27. ข้อใดคือกรดไขมันอิ่มตัว
     1) น้ำมันหมู
     2) น้ำมัยรำข้าว
     3) น้ำมันถั่วลิสง
     4) น้ำมันข้าวโพด

ตอบ 1) น้ำมันหมู เพราะไขมันชนิดนี้จะมีอยู่ในอาหารจำพวกที่ เราเห็นเป็นชั้นสีขาวติดอยู่ในเนื้อสัตว์ หรือหนังสัตว์ปีก ไข่แดง น้ำมันหมู เนย นม ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงน้ำมันที่ได้จากพืชบางชนิดก็เป็นแหล่งไขมันอิ่มตัวด้วย เช่น กรดไขมัน พาลมิติก (palmitic) ที่มีมากในน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ในไขมันสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเนย กรดไขมันชนิดนี้จะมีสถานะอันเฉื่อยเนือยในกระบวนการเคมีของร่างกาย ถ้าไม่ถูกย่อยไปใช้เป็นพลังงานก็มีแนวโน้มที่จะตกตะกอนในหลอดเลือด ทำให้ไขมันในเลือดสูง เกิดความเสี่ยงที่จะอุดตันในหลอดเลือดได้ เป็นต้นเหตุของโรคความดันโลหิตสูง หัวใจและสมองขาดเลือด เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ

28. ข้อใดคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด
     1) การนอนหลับ
     2) การไปทัศนศึกษา
     3) การไปดูภาพยนต์
     4) ฟังเพลง และลีลาศ

ตอบ 1) การนอนหลับ เพราะในชีวิตของมนุษย์กล่าวว่า 1 ใน 3 ใช้ไปกับการนอน การนอนเป็นกิจกรรมที่จำเป็นของการดำรงชีวิต การมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพสมบูรณ์ มีสติปัญญาที่แจ่มใส มีสุขภาพกายและจิตที่ดีจะต้องมีการนอนหลับพักผ่อน การนอนนับเป็นสภาวะหนึ่งของร่างกายที่การเคลื่อนไหวต่างๆ ในร่างกายลดลง การรับรู้ต่อโลกภายนอก และสิ่งแวดล้อมลดน้อยลง เพื่อพักผ่อนทั้งกายและใจ การพักผ่อนใดๆ ของมนุษย์นั้นไม่มีการพักผ่อนใดที่จะเทียบเท่ากับการนอน

ประโยชน์ของการนอนนั้นมีมากมายหลายประการ เช่น

- ทำให้สมองได้จัดรวบรวมข้อมูลที่เราได้รับในแต่ละวันอย่างเป็นระบบ ในระหว่างการนอนนั้นสมองจะเลือกเก็บข้อมูลที่จำเป็นไว้ในลิ้นชักความจำ และจัดระบบระเบียบข้อมูลที่ได้รับในแต่ละวัน ถ้าไม่มีการนอนแล้วสมองจะเหนื่อยล้าและทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

- การนอนทำให้คนเราฝัน ความฝันนั้นนับเป็นกระบวนการที่สำคัญที่ช่วยให้มนุษย์เราได้ระบายความคับข้องทางจิตใจ เป็นการระบายความกดดันที่มนุษย์เราเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกในยามตื่น เมื่อหลับจึงออกมาในรูปของความฝัน

- ทำให้ผิวพรรณผุดผ่องสดใส ดวงตาเป็นประกายแจ่มใส จะเห็นได้ชัดในช่วงตื่นนอนตอนเช้า ผิวพรรณของคนที่นอนเต็มที่จะมีน้ำมีนวลน่าดูและชวนมอง

- ทำให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่า มีความกระตือรือร้นและมีพลังงานในการทำงานและดำเนินชีวิต

- ทำให้สมองฉับไว คิดอ่านแจ่มใส สดชื่น ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นกับสมองเมื่อวันวานก็ถูกลบเลือนไป เป็นความสดชื่นมาแทนที่

- ทำให้อารมณ์ดี แจ่มใส ไม่หงุดหงิด ในคนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนไม่หลับจะพบว่าเมื่อตื่นขึ้นมามักมีอารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิดง่าย เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็เก็บเอามาคิดและบางคนพาลทะเลาะวิวาทกับเพื่อนฝูง ได้อีกเหมือนกัน

- ทำให้มีสมาธิในการทำกิจกรรมในชีวิต ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

นางสาวจินดาภา  รุ่งฟ้า ม. 6/3 เลขที่ 7



เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 2549 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา (ข้อ 37-40)

37. ถ้าร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ทำให้เป็นโรคใด
1. เบาหวาน     2. มะเร็ง   3. เหน็บชา  4. เส้นเลือดอุดตัน
ตอบ.  ข้อ 4 เส้นเลือดอุดตัน
เพราะ คอเลสเตอรอลส่วนใหญ่ไม่ได้มากับอาหารแต่จะถูกสังเคราะห์ขึ้นภายในร่างกาย จะสะสมอยู่มากในเนื้อเยื้อของอวัยวะที่สร้างมันขึ้นมาเช่น ตับ ไขสันหลัง (spinal cord) สมอง และ ผนังหลอดเลือดแดง (atheroma) คอเลสเตอรอลมีบทบาทในกระบวนการทางชีวเคมีมากมาย แตที่รู้จักกันดีคือ มันเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด (cardiovascular disease) และภาวะ คอเลสเตอรอลในเลือดสูง

38. เจษฏาภรณ์ เรียนหนัก มีอาการเมื่อยล้าทางสมอง ควรเลือกกิจกรรมนันทนาการประเภทใด
1. ร้องเพลง  2. ดูภาพยนตร์  3. แข่งแรลลี่  4. เล่นหมากฮอส
ตอบ. ข้อ 1 ร้องเพลง
เพราะ เมื่อเรามีอาการเมื่อยล้าทางสมอง สมองเราก็ควรต้องการพักผ่อน ส่วนดูภาพยนตร์ แข่งแรลลี่ เล่นหมากฮอส เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมองร่วมด้วย จึงไม่เป็นการพักผ่อนสมองที่แท้จริง สำหรับการร้องเพลง เพราะการร้องเพลง สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของมนุษย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวัน มนุษย์มีความคุ้นเคยกับดนตรี ทั้งในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การแสดงออก การท้าทาย การแสดงความสามารถชั้นสูงที่บุคคลพึงกระทำได้ กิจกรรมดนตรีช่วยระบายอารมณ์ เป็นการผ่อนคลายความเครียดขณะทำงาน หรือเวลาว่าง กล่าวโดยสรุป ดนตรีเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ต้องมีควบคู่กับสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มีบทบาทต่อบุคคล ชุมชนและประเทศชาติ

39. โรคเบาหวาน เกิดจากการทำงานผิดปกติของอวัยวะใด
1. ไต   2. ตับ   3. ม้าม   4. ลำไส้
ตอบ. ข้อ 2 ตับ
เพราะ  อาหารที่รับประทานเข้าไปส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน เซลล์ในตับอ่อนชื่อเบต้าเซลล์เป็นตัวสร้างอินซูลิน อินซูลินเป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสเข้าเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง เนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานานจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาท

40. หวิวต้องทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โอ๋จึงชวนไปเที่ยวทะเล นักเรียนคิดว่าหวิวควรตอบอย่างไร
1. เอาไว้โอกาสหน้า                          2. ยังไม่ว่างไปไม่ได้ 

3. ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด          4. พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า
ตอบ. ข้อ 3. ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด
เพราะ เนื่องจากหวิวนั้นทำงานตลอดทั้งวัน ไม่ค่อยได้มีเวลาพักผ่อน แต่เมื่อโอ๋มาชวนก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราควรจะพักผ่อนบ้าง เป็นการคลายเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อเติ่มพลังให้กับสมอง เพื่อพัฒนางานในวันอื่นๆต่อไป  ถือเป็นการให้รางวัลกับตนเอง

                                                                  น.ส. สราลี พิมพ์สมาน ม.6/3 เลขที่ 10


รูปภาพของ sss27288

เฉลยข้อสอบ o-net ปี2550 ข้อ43-46

43. บุคคลใดทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพมากที่สุด

1.นายแดงทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม

2.นายเขียวทำงานในโรงงานหลอมเหล็ก

3.นายขาวทำงานเป็นกระเป๋ารถเมย์

4.นายดำทำงานในโรงงานเย็บเสื้อยืด

ตอบ ข้อ2.นายเขียวทำงานในโรงงานหลอมเหล็ก  เพราะการทำงานหลอมเหล็กมีสารต่างๆทางเคมีมากมาย ซึ่งถ้าเราได้รับจำนวนสารนั้นในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆได้ เช่น โรคมะเร็งเป็นต้น

44.การปฏิบัติตนในข้อใดของนายเอกที่จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ

1.การเข้านอนหลังเวลา 21.00 น. ทุกวัน

2.การนวดตนเองเมื่อมีอาการปวดกล้ามเนื้อ

3.การซื้อยาแก้ท้องเสียมารับประทานเมื่อมีอาการท้องร่วง

4.การรับประทานอาหารประเภทแหนมสด ก้อยปลา

ตอบ 4.การรับประทานอาหารประเภทแหนมสด ก้อยปลา เพราะการรับประทานอาหารจำพวกนี้เป็นถูกสุขลักษณะอนามัย เนื่องจากไม่ได้ถูกทำสุกก่อน ซึ่งอาจจะทำให้มีเชื้อโรคอยู่ในอาหารได้

45.เหตุใดการใช้กระบวนการทางประชาสังคมจึงทำให้ชุมชนเข้มแข็ง

1.เพราะประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาของตนเอง

2.เพราะเป็นรวมคนเป็นจำนวนมากในชุมชน

3.เพราะทำให้หน้าที่เกิดความเชื่อมั่นในการทำงาน

4.เพราะชาวบ้านไม่ต้องพึ่งรัฐอีกต่อไป

ตอบ 1.เพระประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาของตนเอง เพราะการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากตนเองก่อนจึงจะทำให้เกิดความสมบูรณ์ เริ่มจากจุดเล็กๆเพื่อความเข้มแข็งของส่วนรวม

46.การป้องกันอันตรายจากการใช้ยาสามารถทำได้ดังนี้

1.ถูกคน ถูกเวลา ถูกทาง ถูกขนาดและถูกโรค

2.ถูกขนาด ถูกคน ถูกสถารการณ์ และถูกปริมาณ

3.ถูกหลัก ถูกเวลา ถูกชนิดและถูกคน

4.ถูกฉลาก ถูกวิธีการ และถูกต้องกับอาการ

ตอบ 1.ถูกคน ถูกเวลา ถูกทาง ถูกขนาดและถูกโรค เพราะการกินยาต้องดูให้ครบหลายเรื่องอย่างครอบคลุม เพื่อความปลอดภัย 

จัดทำโดย นางสาวนภาพรรณ  เย็นทรวง เลขที่ 25 ม6/3


รูปภาพของ sss27283

เฉลย  แนวข้อสอบ O-Net  ปี 2550  (ข้อ 35 - 38)

35. หากมีผู้ถามนักเรียนว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ นักเรียนจะให้คำตอบอย่างไร
1) ให้ไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิต
2) ให้สังเกตอาการตนเองว่ามีหน้ามืดเป็นลมบ่อยหรือไม่                           
3) ให้สังเกตอาการตนเองว่ามีเลือดกำเดาออกบ่อยๆไม่                          
4) ให้สังเกตอาการตอนเองว่าปวดศีรษะเป็นประจำหรือไม่
ตอบ ข้อ 1 ให้ไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิต เพราะ ถ้าต้องการทราบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ วิธีที่ดีที่สุด คือ ควรไปพบแพทย์เพื่อวัดความดันโลหิต เพราะอาการอื่นๆที่กล่าวมา อาจเป็นโรคความดันโลหิตต่ำหรือโรคอื่นๆก็ได้

36. เมื่อต้องการซื้อโทรทัศน์ นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อเป็นการรักษาสิทธิผู้บริโภค
1) เลือกโทรทัศน์ที่มียี่ห้อที่คนนิยมมากไม่เลือกตามโฆษณา
2) ตรวจสอบสินค้าให้ถ้วนถี่ เก็บใบรับประกันสินค้า                              
3) จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าและชื่อผู้ขาย                           
4) จดหมายเลขโทรศัพท์ร้านค้าที่คุ้นเคย
ตอบ ข้อ 2
ตรวจสอบสินค้าให้ถ้วนถี่ เก็บใบรับประกันสินค้า 
สิทธิของผู้บริโภค มีดังนี้            
      1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วน
      2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
      3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
      4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
      5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย
          ซึ่งคำตอบข้อ 2 เป็นการรักษาสิทธิผู้บริโภคที่ดีที่สุด เพราะ หากสินค้าชำรุด หรือมีปัญหาใดๆ ผู้บริโภคสามารถใช้ใบรับประกันสินค้ายื่นเป็นหลักฐานในการอ้างสิทธิของตนได้ 

37.  เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่เร็วในสภาพอากาศใด
     1) มีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ     2) มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิสูง
     3) มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิต่ำ     4) มีความชื้นสูงและอุณหภูมิสูง
ตอบ ข้อ 3 มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิสูง เพราะ เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในอากาศที่มีความเย็น มีอุณหภูมิอยู่ประมาณ 4-10 องศาเซลเซียส ซึ่งมีความชื้นต่ำและอุณหภูมิต่ำ
 
38. จงพิจารณาว่ากิจกรรมใดไม่ใช่กิจกรรมนันทนาการ
     1) การเล่นฟุตบอลหลังเลิกเรียน
     2) การซ้อมฟุตบอลของนักฟุตบอลโรงเรียน
     3) การประกวดเต้นรำ
     4) การชนไก่
ตอบ ข้อ 4 การชนไก่ เพราะ กิจกรรมนันทนาการ หมายถึง กิจกรรมที่คนเราใช้เวลาว่างจากภารกิจงานประจำโดยเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ และกิจกรรมที่ทำต้องไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และกฎหมายบ้านเมือง เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาหรือความเจริญงอกงามทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา แต่การชนไก่ เป็นการทำร้ายสัตว์วิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี เป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม และยังเป็นการพนันที่ผิดกฎหมายอีกด้วย
                                                                                  

นางสาวอรวารี    จ้อยจุฑา    ม.6/3    เลขที่ 22


รูปภาพของ sss27348

แนวข้อสอบ O-Net ปี 2551  (ข้อ 13-16)


13.ข้อใดเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเอดส์
1.สำส่อนทางเพศ
2.ใช้ของร่วมกับผู้ป่วย
3.เที่ยวสถานเริงรมย์
4.ใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกับผู้ป่วย

 ตอบ     ข้อ 1.เมื่อท่านเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ท่านไม่ได้เป็นคนเดียว ท่านอาจจะนำเชื้อสู่คนที่ท่านรัก เนื่องจากโรคบางโรคไม่มีอาการเตือน ท่านอาจจะนำเชื้อสู่คนที่ท่านรักโดยไม่ตั้งใจ
เชื้อเอดส์ติดต่อได้จาก
การร่วมเพศ   โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
การรับเชื้อทางเลือด   โดยการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์
คนที่ติดเชื้อ HIV สามารถอยู่ร่วมกับสังคม ครอบครัว และทำงานได้เหมือนกับคนทั่วไป เพราะเชื้อHIV ไม่ได้ติดต่อกันโดย  
การสัมผัส การกอด การรับประทานอาหาร  การใช้ของร่วมกัน การอยู่ใกล้กัน การสนทนากัน    ดังนั้น จึงไม่ต้องแยกวงรับประทานอาหาร ไม่ต้องแยกห้องนอน ห้องน้ำ  หรือห้องทำงาน

14.กล้ามเนื้อในร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อใดมากที่สุด  
1.กล้ามเนื้อเรียบ
2.กล้ามเนื้อแดง
3.กล้ามเนื้อลาย
4.กล้ามเนื้อหัวใจ

ตอบ     ข้อ3.กล้ามเนื้อนี้มีประมาณ ๔๐% ของร่างกาย  และอยู่ในอำนาจจิตใจภายใต้การควบคุมของระบบประสาทส่วนกลาง กล้ามเนื้อลายมีหน้าที่เคลื่อนไหวร่างกายที่ข้อต่อต่างๆเคลื่อนไหวลูกตา ช่วยในการเคี้ยวและการกลืน เคลื่อนไหวลิ้น เคลื่อนไหวใบหน้าแสดงอารมณ์ต่างๆ
และยังประกอบเป็นผนังอก และผนังท้อง ตลอดจนการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ
กล้ามเนื้อมีประสาทยนต์มาทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและมีประสาทรับความรู้สึกจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นไปสู่สมองเพื่อให้รู้ว่า กล้ามเนื้อหดตัวมากน้อยเพียงใด  คนที่ออกกำลังเสมอเส้นใยกล้ามเนื้อจะโตขึ้น และหนาขึ้น แต่จำนวนไม่เพิ่มขึ้น

15.นักกีฬาวิ่งมาราธอน จะมีเส้นใยกล้ามเนื้อสีใดมากที่สุด
1.สีขาว
2.สีแดง
3.สีชมพู
4.สีดำ

ตอบ    ข้อ2.กล้ามเนื้อสีแดง ( Red musclen ) เนื่องจากมีไมโอโกลบินมากตามบริเวณที่กล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก     กล้ามเนื้อสีแดงเข้มจะมีความไวต่อการกระตุ้นน้อย แต่หดได้แรงและทนทาน เช่น กล้ามเนื้อแขนและขา

16.คุณสมบัติของกล้ามเนื้อหัวใจ คือข้อใด
1.มีลักษณะคล้ายกล้ามเนื้อลาย
2.มีลักษณะคล้ายกล้ามเนื้อเรียบปนกล้ามเนื้อลาย
3.ทำงานใต้อำนาจจิตใจ
4.ทำงานนอกอำนาจจิตใจ

ตอบ   ข้อ4.  เพราะกล้ามเนื้อหัวใจ( Cardiac muscle ) เป็นกล้ามเนื้อที่มีลักษณะเซลล์เป็นกล้ามเนื้อลายแต่ว่าทำงานเหมือนกล้ามเนื้อเรียบลาย   แตกเป็นกิ่งคล้ายตาข่ายบุอยู่ที่ผนังของหัวใจ ทำหน้าที่หดและขยายตัวในเวลาสูบฉีดโลหิต ทำงานนอกอำนาจจิตใจ ทำงานตลอดเวลา

นางสาว อารียา ชาภูคำ ม.6/3 เลขที่31



                                      แนวข้อสอบ O-net ปี 2549(ข้อ 45-48)

45. เหตุใดการใช้กระบวนการทางประชาสังคมจึงทำให้ชุมชนเข้มแข็ง

     1. เพราะประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาของตนเอง

     2. เพราะรวมคนเป็นจำนวนมากในชุมชน

     3. เพราะทำให้เกิดหน้าที่เกิดความเชื่อมั่นในการทำงาน

     4. เพราะชาวบ้านไม่ต้องพึ่งรัฐอีกต่อไป

ตอบ ข้อ1. เพราะ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยการเปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกกลุ่มในหมู่บ้าน มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจที่จะดำเนินการใดๆเพื่อตัวเขาและตัวหมู่บ้านเขา โดยตัวเขาเอง

46. การป้องกันอันตรายจากการใช้ยาสามารถทำได้ดังนี้

     1. ถูกคน ถูกเวลา ถูกทาง ถูกขนาด และถูกโรค

     2. ถูกขนาน ถูกคน ถูกสถานการณ์ และถูกปริมาณ

     3. ถูกหลัก ถูกเวลา ถูกชนิด และถูกคน

     4. ถูกฉลาก ถูกวิธีการ และถูกต้อกับอาการ

ตอบข้อ1. เพราะ -ใช้ให้ถูกคน เช่น ยาสำหรับนายสมหมายก็ใช้กับนายสมหมายเท่านั้น ไม่ควรใช้กับคนอื่น โดยเพียงสังเกตุว่า มีอาการเดียวกัน

                    -ใช้ให้ถูกขนาดและระยะเวลาการรักษา ไม่ควรกินยาเป็นสองเท่าตามที่สั่ง เนื่องจากจะก่อให้เกิดพิษของยาได้

                    -ใช้ให้ถูกโรค เช่น ท้องเสียต้องกินยาแก้ท้องเสียเป็นต้น

                    -ต้องรู้รายละเอียดกับผู้ใช้ยา เช่น อายุ น้ำหนัก ประวัติการแพ้ยา มีครรภ์หรือให้นมบุตรหรือไม่ โรคประจำตัวอื่นๆ

                     -ถ้าไม่มั่นใจการใช้ยาให้ปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้าน เช่น ร้านขายยา โรงพยาบาล หรือสำนักงานสาธารณสุข

                     -หมั่นศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคที่พบบ่อย หรือใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน

47. การใช้ทักษะการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่มีหลักในการปฏิบัติอย่างไร

      1. ปฏิเสธไม่สูบบุหรี่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความจริงจังแต่เป็นมิตร

      2. ปฏิเสธแบบบอกปัดว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี และรีบเดินหนีไป

      3. ปฏิเสธโดยอ้างผู้ปกครองบอกว่าคนสูบบุหรี่เป็นคนไม่ดี

      4. ปฏิเสธโดยขอเลื่อนการทดลองสูบบุหรี่ไปก่อน

ตอบข้อ 2. เพราะเราสามารถปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชวนให้สูบบุหรี่ หลายคนไม่กล้าปฏิเสธเพราะความเกรงใจ  กลัวผู้ชวนไม่พอใจ แต่ถ้ามีทักษะการปฏิเสธที่ถูกต้องตามขั้นตอน  ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะนั้นได้

48. การสอนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา สามารถทำได้อย่างไร

      1. พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาด้วยการมีสติ

      2. พ่อแม่และลูกจะต้องไม่เคยเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน

      3. ครอบครัวต้องไม่ใช้คำพูดรุนแรงหรือใช้กำลังในการแก้ปัญหา

      4. พ่อแม่ต้องยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ถูกต้องให้เด็กเข้าใจ

ตอบข้อ3. เพราะเด็กจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน  ครอบครัวและผู้ใหญ่จึงควรทำตัวอย่างที่ดีเป็นตัวอย่าง เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ดีงาม เกิดเป็นค่านิยมที่ดีงามต่อไป เมื่อโตขึ้นก็จะเป็นตัวอย่างให้คนรอบข้างต่อไป

น.ส.เมวิการ์  เกตุนอก ม.6/3 เลขที่ 12



9. ลานนามีส่วนสูง 153 เซนติเมตร หนัก 58 กิโลกรัมลานนามีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด

1. อ้วน

2. ผอม

3. ได้สัดส่วน

4. ควรเพิ่มน้ำหนัก

ตอบ ข้อ 1 เพราะ เอา 58 หาร 1.53กำลังสอง จะได้ 24.78 น้ำหนักเกินมาตรฐานเกิน 23.00

10. ข้อใดมีผลมากที่สุดต่อความเปลี่ยนเเปลงของความอ้วน-ความผอม

1. อาหาร

2. พันธุกรรม

3. ฮอร์โมน

4. การออกกำลังกาย

ตอบ ข้อ 1 เพราะ การรับประทานอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณที่เราทานเข้าไปถ้าเราทานมากไปจะทำให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นซึ่งจะนำไปสู่ความอ้วนเเต่ถ้าเราทานน้อยจนเกินไปเราอาจจะผอมไปเเละขาดสารอาหารได้

11. คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้ในร่างกายจะถูกสะสมไว่ในรูปของสารใด

1. เเป้ง

2. ไขมัน

3. ไกลโครเจน

4. กลูโคส

ตอบ ข้อ 2 เพราะ คาร์โบไฮเดรตทำหน้าที่เป็นสารตัวเเรกที่ร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงานเป็นเเหล่งพลังงานที่ดีที่สุดหากร่างกายได้รับสารอาหารชนิดนี้ไม่เพียงพอจะสลายสารไขมันมาใช้เป็นพลังงานหากไขมันไม่พอจะสลายสารไขมันมาใช้เป็นพลังงานหากไขมันไม่พอจะสลายสารโปรตีนมาใช้เป็นพลังงานเเต่การที่ปฏิกิริยาเคมีจะสลายเอาโปรตีนในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานได้ก็ต่อเมื่อร่างกายขาดสารอาหารจากคาร์โบไฮเดรตเเละไขมันอย่างรุนเเรงถ้ามีสารนี้มากเกินไปร่างกายจะสะสมเป็นรูปไขมัน

12. สารอาหารคืออะไร

1. การโภชนาการ

2. การบริโภคอาหาร

3. กรดไขมันอิ่มตัว

4. สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ตอบ ข้อ 4 เพราะ เมื่อเรากินเข้าไปจะมีโครงสร้างโมเลกุลเฉพาะตัวเเละเป็นองค์ประกอบของเคมีของธาตุต่างๆที่มีอยู่ในอาหารที่เราทานเข้าไป

นางสาว ช่อผกา  ปกป้อง ม.6/3 เลขที่ 3


รูปภาพของ sss27259

เฉลยข้อสอบ O-net ปี 2550 (ข้อ 53 -56 )

53 .หูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้ออะไร
1. เชื้อรา           2. เชื้อพยาธิ
3. ติดเชื้อไวรัส   4. เชื้อแบคทีเรีย
ตอบ ข้อ 3. ติดเชื้อไวรัส เพราะ เชื่อไวรัสหรือเชื่อบัคเตรี เชื่อไวรัสที่เป็นสาเหตุคือRSV เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลางโดยมีการทะลุของแก้วหูทำให้มีหนองไหลออกมาจากหูเรื้อรัง

54. เมื่อใกล้วันสอบนักเรียนมีความหงุดหงิดวิตกกังวลเนื่องจากร่างกายหลั่งสารใด
ลดน้อยลง
1. ซีโรโทนิน เอ็นดอร์ฟิน  2. ซีโรโทนิน อินซูลิน
3. เอ็นดอร์ฟิน กลูคากอน  4. เมลาโทนิน โตปามีน
ตอบ ข้อ 1.ซีโรโทนิน เอ็นดอร์ฟิน เพราะ ซีโรโทนินมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของอารมณ์และการตัดสินใจ สารเอ็นดอร์ฟินเป็นสารทำให้เรามีความตื่นตัว สดชื่น


55. ข้อใดไม่ใช่การสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเอง
1. การทำให้ค่านิยมกระจ่างชัดเจน
2. การเผชิญกับปัญหาได้
3. การรับรู้ถึงความรู้สึกตนเอง
4. การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสม
ตอบ ข้อ 4. การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสม เพราะ ข้อ 1 2 3 เป็นการเสริมสร้างและการยอมรับตนเอง แต่ข้อ 4 การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องของการจัดระบบของเวลาไม่เกี่ยวข้องกันเลย


56. คำกล่าวที่ว่า "มนุษย์ทุกคนมีหมอ 2 คน คือ ขาขวาและขาซ้าย" นักเรียนสามารถ
เปรียบเทียบได้ใกล้เคียงกับข้อความใด
1. ออกกำลังกายด้วยการเดิน
2. ออกกำลังกายป้องกันโรคได้
3. การดูแลตนเองก่อนเสมอ
4. การมีหมอหรือแพทย์ประจำครอบครัว
ตอบ ข้อ 2. ออกกำลังกายป้องกันโรคได้ เพราะ การออกกำลังการสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็น การเดิน การวิ่ง หรือการกระโดดล้วนเป็นวิธีการออกกำลังกายจากการใช้อวัยวะส่วนขาทั้งสิ้น

นางสาว ประภัสสร พูลเกษม ม.6/3 เลขที่ 14 


เฉลย O-NET 50 ข้อ 31-34

31. เครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงเพลง ประกอบการแสดงกระบี่กระบอง มีอะไรบ้าง
1) ปี่ชวา กลองแขก ฉิ่ง
2) ปี่ชวา กลองแขก ระนาด
3) ฉิ่ง ปี่ชวา ระนาด
4) กลองแขก ระนาด ฉิ่ง

ตอบ 1)  ปี่ชวา กลองแขก ฉิ่ง เพราะว่า การเเสดงกระบี่กระบองต้องใช้เครื่องดนตรี ปี่ชวา กลองแขก ฉิ่ง อยู่เสมอ

32. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ
1) ช่วยพัฒนาให้มีสุขภาพจิตดีขึ้น
2) ช่วยส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น
3) ช่วยส่งเสริมให้มีการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
4) ช่วยส่งเสริมให้มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น

ตอบ  2)
ช่วยส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะว่า
กิจกรรมนันทนาการเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรา
อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเเละช่วยส่งเสริมให้มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น
ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้มีการแข่งขัน

33. นักกีฬาที่ดี จะต้องไม่ปฏิบัติตนในข้อใด
1) เมื่ออกกำลังกายเสร็จแล้ว ให้รีบอาบน้ำจะได้เย็นสบาย
2) แต่งกายในชุดวอร์ม เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
3) ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ หรือสนามให้เรียบร้อยก่อนเล่น
4) ออกกำลังกายจากท่าง่ายก่อนฝึกท่ายาก

ตอบ 1) เมื่ออกกำลังกายเสร็จแล้ว
ให้รีบอาบน้ำจะได้เย็นสบาย เพราะการรีบอาบน้ำหรือล้างหน้าหลังจากออกกำลัง
หรือเล่นกีฬาเสร็จใหม่ๆนั้น นอกจากอาจจะทำให้ป่วยได้แล้ว ยังอาจทำให้ผิวหน้าและผิวกายของเราอุดตันไป
เนื่องจากเหงื่อที่ระบายออกมารวมตัวกับละอองฝุ่นต่างๆ หลังออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเสร็จ
ควรพักสักนิดให้เหงื่อตามร่างกายระเหยออกไปก่อนและความร้อนในร่างกายปรับ
เข้าสู่ภาวะปกติ

34. การแข่งขันประเภทคู่หรือประเภททีม เมื่อมีการเล่นผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้เล่นร่วมทีมหรือคู่ควรปฏิบัติอย่างไร
1) พูดกับตัวเอง หรือเพื่อนร่วมทีม
2) พูดตำหนิเพื่อนร่วมทีม
3) เฉยๆ ต่างคนต่างเล่น
4) พูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม

ตอบ 4) พูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม
เพื่อสร้างขวัญเเละกำลังใจให้เเก่กันเเละกัน จะได้ไม่เกิดความท้อเเท้
เเละเกิดความสามัคคีในทีมมากขึ้น

นางสาว จตุรพร   ศรีพูล  ม.6/3   เลขที่ 21



เฉลยคำตอบค่ะ ^^

 เฉลย แนวข้อสอบ O-Net ปี 2550 (ข้อ 11-14) 

11. การสร้างสัมพันธภาพที่ดี ควรยึดหลักปฏิบัติข้อใด
     1) งานเป็นที่พึ่งแห่งตน
     2) เอาใจเขามาใส่ใจเรา
     3) ยกตนข่มท่าน
     4) เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

ตอบ  ข้อ 2 เพราะการรู้จักเอาใจเข้ามาใส่ใจเรา จะทำให้เข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน ย่อมนำไปสู่สัมพันธภาพที่ดีได้


12. วิธีการระบายอารมณ์ทางเพศที่เหมาะสมคือข้อใด
     1) ออกกลังกาย
     2) อ่านหนังสือ
     3) ฟังเพลง
     4) ดูภาพยนตร์

ตอบ  ข้อ 1 เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะทำให้เลิกหมกมุ่นเรื่องเพศแล้ว ยังทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย


13. ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
     1) เสียงแตกในเด็กผู้ชาย
     2) การมีประจำเดือนของเด็กหญิง
     3) มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มากขึ้น
     4) การฝันเปียกในเด็กผู้ชาย

ตอบ  ข้อ 3 เพราะในวัยเด็กจะมีความคล่องแคล่ว ว่องไวมากกว่าวัยรุ่น

14. ข้อใดเป็นสถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด
     1) เที่ยวกลางคืนกับเพศตรงข้ามและดื่มของมึนเมา
     2) การได้เห็นภาพและสื่อเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์
     3) การแต่งกายยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ
     4) การเดินคนเดียวในที่เปลี่ยว

ตอบ  ข้อ 1 เพราะการเที่ยวกลางคืนกับเพศตรงข้ามก็ถือเป็นสถานการณ์เสี่ยงแล้ว และยังดื่มของมึนเมาอีก จะทำให้ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ทำให้เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด

นางสาวอลีนา  สมเกียรติประยูร  ม.6/3  เลขที่ 16


รูปภาพของ sss27276

77.การเล่นประเภทคู่กีฬาใดมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากกีฬาอื่น

1.เทนนิส     2.แบดมินตัน   3.เทเบิลเทนนิส      4.วอลเลย์บอลชายหาด

ตอบ     4.วอลเลย์บอลชายหาด  เพราะ ต้องเล่นกลางทราย

1. ขนาดสนามกว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร ล้อมรอบด้วยเขตรอบสนามอย่างน้อย 5 เมตรทุกด้าน ที่ว่างเหนือพื้นที่การเล่นลูก 12.50 เมตรต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง เส้นสนามมีความกว้าง 5-8 ซม. ต้องเป็นสีเดียวกันและตัดกับสีทรายอย่างชัดเจน
2.
พื้นสนามต้องเป็นทรายที่มีความหนาอย่างน้อย 40 ซม. ต้องเป็นเม็ดกลมละเอียด ปราศจากการอัดแน่น และสิ่งที่จะทำให้เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บ เช่น เปลือกหอย ก้อนหิน ฯลฯ ต้องไม่หยาบเกินไปหรือละเอียดเกินไปจนกลายเป็นฝุ่น
3.
ความสูงตาข่ายประเภททีมชาย 2.43 เมตร หญิง 2.24 เมตร ประเภทอายุไม่เกิน 16 ปี 2.24 เมตร ไม่เกิน 14 ปี 2.12 เมตรไม่เกิน 12 ปี 2.00 เมตร (ทั้งประเภทไม่เกิน 16 ปี, 12 ปี ความสูงของชายและหญิงเท่ากัน)
4.
ลูกบอลต้องไม่ดูดซึมน้ำ สีสดใส เช่น สีชมพู ส้ม ลายสลับ ฯลฯ แรงอัด 0.175-0.225 กก./ตร.ซม. จะใช้ลูกบอล 3 ลูกในการแข่งขัน
5.
ทีมจะประกอบด้วยผู้เล่น 2 คนเท่านั้น ไม่มีผู้เล่นสำรองหรือ การเปลี่ยนตัว ไม่มีผู้ฝึกสอน
6.
ระบบการนับคะแนนมี 2 แบบ คือ
6.1
แบบ ก แข่งขันแบบเซตเดียว ชนะกันที่ 15 คะแนน ถ้ามีการดิวซ์จะไม่เกิน 17 คะแนน และเมื่อคะแนนรวมกันทั้ง 2 ทีม ได้ 5, 10, 15 จะมีการเปลี่ยนแดนและหยุดพัก 30 วินาที
6.2
แบบ ข แข่งขันแบบ 2 ใน 3 เซต ในเซตที่ 1 และ 2 ผู้ที่ทำได้ 12 คะแนนก่อน จะเป็นผู้ชนะ (ไม่มีการดิวซ์) ในเชตที่ 3 เป็นการแข่งขันแบบทีมที่ชนะในการเล่นลูกจะได้คะแนนทุกครั้ง (TIE-BREAK) ทีมที่ทำได้ 12 คะแนนก่อน จะเป็นผู้ชนะ แต่ต้องมีคะแนนนำฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 2 คะแนน (เช่น 13:11, 15:13) และเมื่อคะแนนรวมกันทั้ง 2 ทีมได้ 4, 8, 12, 16 ฯลฯ จะเปลี่ยนแดนและหยุดพัก 30 วินาที ยกเว้นเซตที่ 3 หลังจากเปลี่ยนแดนแล้วจะแข่งขันต่อทันทีไม่มีการหยุดพัก
7.
อยู่ในระหว่างแนวของเส้นข้างทั้งสอง ผู้เสิร์ฟสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในเขตเสิร์ฟ การเสิร์ฟต้องเป็นไปตามลำดับการเสิร์ฟตลอดเซตเพื่อนร่วมทีมของผู้เสิร์ฟต้อง ไม่กำบังทีมตรงข้ามไม่ให้เห็นผู้เสิร์ฟ ต้องเสิร์ฟภายใน 5 วินาที หลังจากผู้ตัดสินอนุญาตไม่มีความพยายามในการเสิร์ฟ
8.
ถ้าผู้เล่นทั้งสองทีมถูกลูกบอลพร้อมกันเหนือตาข่าย และไม่เป็นการพักลูกถือว่าไม่ผิดกติกา ถ้าสามารถเล่นต่อไปทีมที่รับลูกสามารถถูกลูกบอลได้อีก3 ครั้ง (กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการสกัดกั้น) แต่ถ้าลูกบอลออกนอกสนามถือว่าทีมที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามทำลูกออก
9.
ลูกบอบอาจถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะของการจับลูกหรือโยนลูกบอล การเล่นลูกโดยใช้นิ้วเล่นมือบน (การเซต) ต้องเป็นการถูกลูกบอลในลักษณะการถูกลูกครั้งเดียว ยกเว้นการรับลูกตบด้วยความรุนแรง สามารถเล่นลูกบอล 2 จังหวะ หรือพักลูกได้เล็กน้อย
10.
ผู้เล่นอาจล้ำเข้าไปในแดนหรือเขตรอบสนามของทีมตรงข้ามได้ ถ้าไม่กีดขวางการเล่นของคู่ต่อสู้และห้ามทุกส่วนของร่างกาย (ยกเว้นผม) รวมทั้งชุดแข่งขันถูกตาข่าย
11.
การถูกบอลขณะทำการสกัดกั้น นับเป็นการถูกบอลของทีม 1 ครั้ง ทีมที่สกัดกั้นจะเล่นได้อีก 2 ครั้ง หลังจากการสกัดกั้น แต่กรณีนี้อนุญาตให้ผู้เล่นสกัดกั้นเล่นบอลครั้งที่ 2 ได้
12.
การกระทำต่อไปนี้คือการรุกที่ผิดกติกา
12.1
ผู้เล่นทำการรุกอย่างสมบูรณ์ โดยการแบมือและใช้ปลายนิ้วกดหรือพาลูกบอล
12.2
การเซตข้ามตาข่ายต้องอยู่ในแนวหัวไหล่ของคนเซต ไม่ว่าจะด้านหน้าหรือด้านหลัง
13.
การพักระหว่างเซต (ระบบ 2 ใน 3 เซต ) พัก 5 นาที
14.
ทีมจะมีเวลานอกได้เซตละไม่เกิน 4 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที

78.การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส เมื่อคู่แข่งตีลูกทอปสปิน เราควรตั้งหน้าไม้อย่างไร เพื่อให้ลูกกระดอนกลับไปลงบนโต๊ะคู่แข่งขัน

1.ตีกลับไปโดยคว่ำหน้าไม้ลงเล็กน้อย

2.ตีกลับไปโดยการหงายหน้าไม้เล็กน้อย

3.ตีกลับไปโดยการตั้งหน้าไม้ตั้งฉากกับโต๊ะ

4.ตีกลับไปโดยเอียงหน้าไม้เล็กน้อย

ตอบ  1.ตีกลับไปโดยคว่ำหน้าไม้ลงเล็กน้อย เพราะ  ท็อปสปิน คว่ำหน้าไม้ลง กระทบลูกที่เหนือจุดกึ่งกลาง, แบ็คสปิน หงายหน้าไม้ขึ้น กระทบลูกที่ใต้จุดกึ่งกลาง, ไซด์สปินหมุนขวา เอียงหน้าไม้ไปทางขวา กระทบลูกที่ด้านซ้ายของจุดกึ่งกลาง, ไซด์สปินหมุนซ้าย เอียงหน้าไม้ไปทางซ้าย กระทบลูกที่ด้านขวาของจุดกึ่งกลาง ที่กล่าวมาทั้งหมด ตีโดยดันไม้ไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล นอกเสียจากว่า คุณจะมีความคุ้นเคยกับสปินชนิดนั้นๆแล้ว จึงค่อยเล่นด้วยความรุนแรง

79.ข้อความใดถูกต้อง ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4x100 เมตร

1.การรับ-ส่งไม้ผลัดจะต้องทำการับ-ส่งไม้ภายในระยะทาง 10 เมตร

2.นักกีฬาที่วิ่งทางโค้งได้ดี จะต้องประจำที่ไม้ 1 และ ไม้ 3

3.นักกีใษที่วิ่งช้าในทีม อาจถูกกำหนดให้วิ่งแค่ระยะทาง 90 เมตร

4.ข้อ2 และข้อ 3 ถูกต้อง

ตอบ   1.การรับ-ส่งไม้ผลัดจะต้องทำการับ-ส่งไม้ภายในระยะทาง 10 เมตรตามกติกาการแข่งขันวิ่งผลัดระยะสั้น จะมีการกำหนดการส่งและการรับคทาไว้ ผู้ส่งและผู้รับจะต้องทำการเปลี่ยนคทามือต่อมือได้ภายในเขต 20 เมตรเท่า
   
นั้น กล่าวคือ เขตนี้นับจากระยะทางเต็มขึ้นไปข้างหน้า 10 เมตร และถอยหลังลงไป 10 เมตร แต่อนุญาตให้ผู้รับถอยหลังลงไปต่ำกว่าเขตรับส่งจริงได้อีก 10  
   
เมตร แต่ระยะนี้ผู้รับจะรับคทาไม่ได้ ใช้เพื่อให้ผู้รับวิ่งเพื่อให้เกิดความเร็วสัมพันธ์กับผู้ส่งเท่านั้น

80.รายการแข่งขันใด ไม่มีการแข่งขันทศกรีฑา

1.วิ่ง 400 เมตร

2.วิ่ง 200 เมตร

3.วิ่งกระโดดไกล

4.พุ่งแหลน

ตอบ2.วิ่ง 200 เมตร

น.ส.เพ็ญนภา ติษยางกูร ม.6/3 เลขที่ 20


รูปภาพของ sss27198

17.ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันไม่อิ่มตัว(O-net49)

ตอบ ข้อ4 จุดหลอมเหลวต่ำ แข็งตัวยาก
>>>คำอธิบาย
กรดไขมันไม่อิ่มตัว
1.ได้จากพืช รวมทั้งไขมันของสัตว์เลือดเย็นและน้ำมันตับปลา 
2.แข็งตัวยาก
3.จุดหลอมเหลวต่ำ
4.ย่อยยาก
5.ทำให้เกิดคอเลสเทอรอลได้ยาก
6.ทำปฏิกิริยาไอโฮดีน
7.เหม็นหืนง่าย เพราะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน

 

18.ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันอิ่มตัว
ตอบ ข้อ1 จุดหลอกเหลวสูง แข็งตัวง่าย
>>>คำอธิบาย
กรดไขมันอิ่มตัว    
1.ได้จากสัตว์ทุกชนิด และพืช คือ มะพร้าว
2.แข็งตัวง่าย
3.จุดหลอมเหลวสูง
4.ย่อยยาก    
5.ทำให้เกิดคอเลสเทอรอลได้ง่าย    
6.ไม่ทำปฏิกิริยากับไอโอดีน
7.เหม็นหืนยาก เพราะไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน    
19. สารอาหารใดที่ทำให้น่างกายเจริญเติบโต
ตอบ ข้อ2 โปรตีน
>>>คำอธิบาย

ภาวะการขาดโปรตีน สังเกตได้จาก
1.การเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า
2.ผิวหนังที่เป็นแผลจะหายช้ากว่าปกติ
3.เล็บฉีกขาดง่าย ซีดเซียว
4.ผิวหนังหยาบกร้าน
5.ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
6.ผมมีเม็ดสีจาง ทำให้ผมหงอกก่อนวัย หลุดร่วงง่าย และแห้งแตกปลาย
7.เกิดภาวะโลหิตจาง
8.สมองทำงานช้ากว่าปกติ

20. สารอาหารใดที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

ตอบ ข้อ1 ไขมัน

>>>คำอธิบาย 
ประโยชน์ของไขมัน
1.รักษาร่างกายให้อบอุ่น
2.ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น
3.ช่วยให้ผิวเต่งตึงไม่หย่อนยาน
4.ช่วยในการสร้างน้ำดี
5.ช่วยละลายวิตามินบางชนิดที่ละลายในไขมัน
6.ป้องกันความหนาวเย็น

รูปภาพของ sss27148

1.ข้อใดคือลักษณะที่แสดงความผอมและความอ้วนได้ดีที่สุด

           1).ขนาดของรอบเอว

           2).ความหนาของผิวหนัง

           3).ความกระฉับกระเฉง

           4).ปริมาณความหนาของไขมัน

ตอบ ข้อ 4.ปริมาณความหนาของไขมัน  ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดได้ดีที่สุด เนื่องจากแม่นยำ และสามารถประเมินได้ว่าเราอยู่ในสถานะเสี่ยงเพียงใด

2.ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ผอม

            1).พันธุกรรม

            2).ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ

            3).ความผิดปกติของต่อมไฮโปทาลามัส

            4).รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย

ตอบ ข้อ 4.รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย คือ ทำให้ขาดคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ

3.ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดของความอ้วน

             1).พันธุกรรม

             2).รับประทานยาบางประเภททำให้อ้วน

             3).รับประทานมากและไม่ออกกำลังกาย

             4).รับประทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย

ตอบ ข้อ 3.รับประทานมากและไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มากเกินพอดีแล้วนั่งๆนอนๆ ไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย ก่อให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วนได้

4.ข้อใดเป็นวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด

              1).ใช้ยาลดความอ้วน

              2).ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านวด

              3).ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

              4).รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง

ตอบ ข้อ 3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นวิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ระบบในร่างกายเผาผลาญได้ดี ร่างกายแข็งแรง และต้องควบคู่ไปกับการบริโภคโภชนาการให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย

น.ส. วิภารัตน์  พรหมนนท์  เลขที่ 1  ม.6/3



                                   แนวข้อสอบ O-Net ปี 2549(ข้อ 49-50)
49. ถ้านักเรียนจะช่วยผู้ได้รับอุบัติเหตุที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการผายปอด และการกระตุ้นหัวใจไปพร้อมกันเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพ นักเรียนมีหลักการปฏิบัติอย่างไร
    1. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 2:15 ครั้ง
    2. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 5:12 ครั้ง
    3. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 6:15 ครั้ง
    4. ผายปอด : กระตุ้นหัวใจ เป็น 8:14 ครั้ง
ตอบข้อ1. เพราะให้ใกล้เคียงกับการหายใจในหนึ่งนาที โดย
การผายปอดและการกระตุ้นหัวใจพร้อมกัน
      ในกรณีที่ปฐมพยาบาลอยู่คนเดียวและคนป่วยมีอาการหยุดหายใจ  หรือหัวใจหยุดเต้นผู้ปฐมพยาบาลจะต้องทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน  มี 2 แบบให้ทำดังนี้

        แบบที่ 1 (ผายปอดโดย  ผู้ช่วย 2 คน)
        1.  โดยวิธีเป่าปากต่อปาก 1 ครั้ง
        2.  กระตุ้นหัวใจ 5 ครั้ง
        3.  กลับมาผายปอดอีก 1 ครั้ง

        แบบที่ 2 (ผายปอดโดยทำคนเดียว  หรือ 2 คน)
        1.  โดยวิธีเป่าปากต่อปาก 2 ครั้ง
        2.  กระตุ้นหัวใจ 15 ครั้ง
        3.  กลับมาผายปอด 2 ครั้ง

        หมายเหตุ  แบบที่ 2 เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน  สามารถใช้กับผู้ช่วย 2 คน 

5o. ถ้ามีผู้ประสบอุบัติเหตุรถชนนอนอยุ่บนถนน นักเรียนมีหลักการเข้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างไร
    1. เรียกเบาๆ จับชีพจร สังเกตุการหายใจ และสำรวจสภาพร่างกาย
    2. สังเกตุการหายใจ รอยฟกช้ำและการบาดเจ็บบริเวณร่างกาย
    3. เอามือแตะตัวผู้ป่วยเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย และสังเกตุการหายใจ
    4. จับตัวเขย่าเบาๆ สังเกตุม่านตา การหายใจ และลักษณะของสีผิว
ตอบข้อ1. เพราะ   -ควรประเมินสภาพผู้ป่วยว่าได้รับบาดเจ็บรุนแรงจำเป็นต้องรับการรักษาพยาบาลเร่งด่วนมากน้อยเพียงใด โดยสังเกตุจากอาการและสัญญาณชีพจร นอกจากนี้หากมีผู้ป่วยหลายคน ต้องรุ้จักแยกกลุ่มให้การช่วยเหลือ กชุ่มหนัก กลุ่มปานกลาง และกลุ่มเบาตามลำดับ
          -การตั้งสติให้มั่นคงอย่าตื่นเต้นตกใจ ปฏิบัติด้วยความรวดเร็วว่องไว ตัดสินใจถูกต้องและอย่าให้มีคนมุงแน่น เพราะอาจจะทำให้ผู้เป็นอุปสรรคในการทำงานและทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
          -ต้องประเมินสภาพการบาดเจ็บของผู้ป่วย

แนวข้อสอบ O-Net ปี 2551(ข้อ 1-2)

1. ต่อมไร้ท่อใด หากถูกทำลายไปเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อาจมีชีวิตอยุ่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น
   1. ตับอ่อน
   2. ต่อมหมวกไตส่วนใน
   3. ต่อมไทรอยด์
   4. ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
ตอบข้อ4. เพราะต่อมใต้สมองส่วนหน้า เป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ทั้งนี้เพราะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นและควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆ คือต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมสืบพันธุ์ ซึ่งต่อมเหล่านี้จะทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและมีอิทธิพลต่ออัตราการเผาผลาญของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายหากถูกทำลายไปเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อาจมีชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น

2. ต่อมใต้สมองเป็นต่อมหลักสำคัญที่ควบคุมต่อมไร้ท่อต่างๆ ยกเว้นข้อใด
   1. ต่อมไทรอยด์
   2. ต่อมพาราไทรอยด์
   3. ต่อมหมวกไต
   4. ต่อมเพศ

ตอบข้อ2 เพราะ ต่อมพาราไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ต่อมใต้สมองไม่ได้ควบคุมเพราะต่อมพาราไทรอยด์จะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาเพื่อควบคุมเมตาบอลิซึมของระดับแคลเซียมและฟอสเฟสในร่างกายทำให้การทำงานของกระดูก ระบบทางเดินอาหาร ไตและระบบประสาททำหน้าที่ได้ตามปกติ

น.ส. นันทวรรณ ผลพิลา ม.6/3 เลขที่ 13