เฉลยข้อสอบวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา โดยม.6/8


รูปภาพของ kalayarat
สร้างโดย: 
ครูกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย


 ข้อ17-22 ข้อสอบโอเน็ต ปี2551

17. สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติต่อเพื่อน
ก. รู้เขารู้เรา ข. ประนีประนอม
ค. รู้หน้าไม่รู้ใจ ง. ปากว่าตาขยิบ

ประณีประนอม >เพราะว่า เพื่อนคือคนที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเราต่อไปข้างหน้าได้ และอาจต้องพึ่งพากันในอนาคต


18. ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องต่อเพศตรงข้ามในฐานะคู่รัก
ก. การแสดงความเป็นผู้รู้ ข. การแสดงภาวะผู้นำ
ค. การแสดงความห่วงใย ง. การแสดงความเป็นผู้มีรสนิยม

แสดงความเป็นผู้รู้ > เพราะอาจะทำให้คนที่เป็นคู่รักไม่พอใจและอาจไม่อยากแสดงความจริงใจด้วย


19. ปัจจัยข้อใดที่ทำให้วัยรุ่นมีปัญหาพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมมากที่สุด
ก. วัฒนธรรมตะวันตก ข. การเลียนแบบ
ค. อิทธิพลของสื่อ ง. การดูแลครอบครัว

การดูแลของครอบครัว > เนื่องจากสมัยใหม่มากขึ้น พ่อแม่บางคนจึงปล่อยปะละเลยลูก มีครอบครัวใหม่ง่ายดาย ทิ้งบุตรไว้คนเดียว ห่างไกลสายตา


20. ข้อใดเป็นพฤติกรรมทางเพศที่เป็นปัญหามากที่สุด
ก. สวมสายเดี่ยวเดินคนเดียวตามที่เปลี่ยว ข. สวมชุดฟิต ๆ สั้น ๆ แล้วมั่นใจ
ค. เที่ยวผับ เที่ยวเทค มีเซ็กส์ตามวัย ง. จับมือถือแขนเหมือนแฟนทั่วไป

สวมเสื้อสายเดี่ยวเดินคนเดียวที่เปลี่ยว > เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายต่อตนเองแล้ว ยังเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการข่มขื่นหญิงสาวคนอื่นต่อมา

 

21. ใครมีทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหาการผิดหวังในความรักได้ถูกวิธีมากที่สุด
ก. ข้าวสวย เมื่อผิดหวังในความรักก็หาแฟนใหม่ทุกครั้ง
ข. ข้าวสาน ป้องกันการอกหักด้วยการไม่รักใครง่าย ๆ
ค. ข้าวโอ๊ต ยึดคติที่ว่าเมื่อผิดหวังก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้
ง. ข้าวโพด รักแล้วต้องฆ่า

ข้าวโอ๊ต ยึดคติที่ว่าเมื่อผิดหวังก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้ > เพราะข้าวโอ๊ตมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และจะดำเนินชีวิตไปได้ด้วยดี เมื่อผิดความผิดหวัง


22. ชีวิตสมรสที่ยั่งยืนและมีความสุขนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบใดสำคัญที่สุด
ก. การศึกษาระดับเดียวกัน ข. เห็นใจซึ่งกันและกัน
ค. ปรับตัวเข้าหากัน ง. อายุใกล้เคียงกัน

ปรับตัวเข้าหากัน > เพราะต่างคนต่างนิสัย ต่างครอบครัว ต่างความเข้าใจ การปรับตัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตครอบครัว

 

นส.ฐานิกา จันทร์ไพบูลย์กิจ เลขที่18 ม.6/8



 เฉลยข้อสอบ o-net ปี 2549 วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา

ข้อ 21-24

21. สารอาหารใดที่ให้พลังงาน
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ   4) คาร์โบไฮเดรต สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอินทรีย์ที่ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย
             มักพบอยู่ในรูปของแป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ พบมากในข้าว แป้ง ขนมปัง ผัก ผลไม้ นม และ
             ผลิตภัณฑ์จากนม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี หากปริมาณคาร์โบไฮเดรตใน
             ร่างกายมีมากเกินความต้องการ ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนี้ให้อยู่ในรูปของไกลโคเจน
             และเก็บสะสมไว้ในร่างกาย

22. น้ำดีมีหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ    1) ไขมัน  น้ำดีจะช่วยให้ไขมันแตกตัวออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ  เพื่อให้เอนไซม์ไลเปสที่สร้างจากตับอ่อน
                       ทำหน้าที่ย่อยไขมันได้ง่ายจะถูกย่อยอย่างสมบูรณ์ที่ลำไส้เล็ก จนได้อนุภาคที่เล็กที่สุด
                       และสามารถซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือด จากนั้นจะถูกส่งไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของ
                       ร่างกายได้  ส่วนกากอาหารที่เหลือจากการย่อยและย่อยไม่ได้เช่น เซลลูโลส จะถูกส่งต่อไป
                       ยังลำไส้ใหญ่

23. เพราะเหตุใดเมื่อหิว จะตาลาย รู้สึกวิงเวียน จะเป็นลม
     1) ร่างกายขาดโปรตีน
     2) ขาดพลังงานจากไขมัน
     3) ร่างกายขาดเกลือแร่
     4) มีปริมาณกลูโคสในเลือดต่ำ

ตอบ  3) ร่างกายขาดเกลือแร่  เพราะ จะเสี่ยงต่อร่างกายเสียสมดุลของการขาด “เกลือแร่” Electrolyte

24. ข้อใดคือสารอาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ  1) ไขมัน  สารอาหารประเภทไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยกรดไขมันและ
                    กลีเซอรอล พบมากในไขมันจากพืช มันสัตว์ นม เนย ถั่ว กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
                    2.1 กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กุ้ง ปู นม และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันประเภทนี้ หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อ การเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
                    2.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในถั่ว เต้าหู้ เห็ด น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัว ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน  สำหรับไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมันช่วยให้อาหารมีรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ไขมันที่มีมากเกินความต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ป้องกันการสูญเสียความร้อนของ ร่างกาย
   

 

   นางสาว พรนภา สวนสมจิตต์   ม.6/8 เลขที่ 6
http://www.suriyothai.ac.th/node/1880



แนวข้อสอบ ONET ปี 2549

ข้อ1-4


1.  ข้อใดคือลักษณะที่แสดงความผอมและความอ้วนได้ดีที่สุด

            1.  ขนาดรอบเอว
            2.  ความหนาของผิวหนัง
            3.  ความกระฉับกระเฉง
            4.  ปริมาณความหนาของไขมัน

คำตอบ  -  ข้อ 4 เพราะ จากการรับประทานสารอาหารที่เกินพอดี ร่างกายเผาผลาญพลังงานแล้วใช้ไม่หมด ร่างกายจึงนำพลังงานที่แปรรูปเป็นไขมันไปสะสมใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้รูปร่างอวบอ้วนขึ้น ดังนั้นสิ่งที่บ่งบอกถึงๆความอ้วนได้ดีที่สุดคือ ความหนาของไขมัน หรือ ชั้นไขมันสะสม

2.  ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ผอม 

            1)  พันธุกรรม
            2)  ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
            3)  ความผิดปกติของต่อมไฮโปทาลามัส
            4)  รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย


คำตอบ -  ข้อ 4 เพราะ  สาเหตุหลักมาจากระบบเผาผลาญของร่างกายดีเกินไปหรือได้รับสารอาหารที่น้อยเกินไป ระบบดูดซึมอาหาร ของร่างกาย ทำงานอย่างไม่มี ประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายดูดซึม สารอาหารเข้าไปใช้ ได้อย่างไม่เต็มที่ และขับถ่ายออกหมด รวมถึง หากเรารับประทานไม่พอกับความต้องการ ก็จะทำให้ไม่มีสารอาหารที่เหลือหลังจากการเผาผลาญไปใช้เก็บสะสมในนร่างกาย ซึ่งส่งผลทำให้ผอม

 

3.  ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดของความอ้วน 
            1)  พันธุกรรม
            2)  รับประทานยาบางประเภททำให้อ้วน
            3)  รับประทานอาหารมากและไม่ออกกำลังกาย
            4)  รับประทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย


คำตอบ
  -  ข้อ 3 เพราะ  การรับประทานอาหารมากจะทำให้มีไขมันเก็บในร่างกายมากเช่นเดียวกัน รวมถึง ยิ่งไม่มีการออกกำลังกายที่เป็นวิธีหนึ่งในการเผาผลาญไขมัน ยิ่งส่งผลทำให้อ้วน เหมือนกับการที่เรา รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเรื่อยๆตลอดและไม่มีการนำไปใช้ นานวันเข้าสิ่งนั้นก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นๆ ซึ่งเปรียบเหมือนกับไขมันในร่างกายนั่นเอง


4.  ข้อใดเป็นวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด
            1)  ใช้ยาลดความอ้วน
            2)  ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านวด
            3)  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
            4)  รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง


คำตอบ -  ข้อ 3 เพราะ การออกกำลังกายถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือ สามารถทำได้ง่าย สะดวก ไม่มีผลข้างเคียง  หรืออันตรายใดๆ และยังถือเป็นการผ่อนคลายอีกด้วย   ซึ่งหากเป็นข้ออื่น อาจมีผลเสียหรือผลข้างเคียงในการลดความอ้วนด้วนวิธีนั้นๆ

 

---น.ส.ซัยนับ    อาเมน ม.6/8  เลขที่ 1---

 

 

 



แนวข้อสอบONETปี2549(ข้อ33-36)

33. ในช่วงฤดูหนาว ร่างกายต้องการความอบอุ่น ควรรับประทานอาหารในข้อใด
     1) ส้มตำ
     2) ข้าวมันไก่
     3) กุ้งอบวุ้นเส้น
     4) น้ำพริก ผักสด

ตอบข้อ 2การรับประทานอาหารที่เป็นคาร์โบรไฮเดรดจะถูกเผาผลาญก่อนแล้วจึงตามด้วยโปรตีนและไขมันตามลำดับ การที่ร่างกายต้องผลิตความร้อนขึ้นมาจึงทำให้เกิดการสูญเสียความร้อนในส่วนต่าง ๆอาหารที่มีไขมันจะทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น 

http://www.weekendhobby.com/camp/webboard/Question.asp?ID=2698
34. อาหารต่อไปนี้ให้สารอาหารโปรตีน ยกเว้นข้อใด
1) ฟักทอง
2) ข้าวโพด
3) ผักคะน้า
4) เผือก มัน

ตอบข้อ 3. ยกเว้นผักคะน้าเพราะส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยเบต้า–แคโรทีนสารอาหารคือวิตามินซีและแคลเซียม

35. คอเลสเตอรอล พบมากในข้อใด
1) ไข่แดง
2) ตับไก่
3) เนื้อปลา
4) ผักใบเขียว

ตอบข้อ 1. คอเลสเตอรอลจะพบมากในไข่แดง เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล ค่อนข้างสูง ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้แต่ไม่เพียงพอกับความต้องการ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8

36. ข้อใดไม่ใช่ธาตุหลักของโปรตีน
1) คาร์บอน
2) ไขมัน
3) ไนโตรเจน
4) ไฮโดรเจน

ตอบข้อ 2. ประกอบด้วยธาตุ C, H, O, N เป็นองค์ประกอบสำคัญนอกจากนั้นยังมีธาตุอื่น ๆ เช่น S, P, Fe, Zn ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีน

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2

                                                                 น.ส. พลอยไพลิน  ไชยหนองหว้า

                                                                         ม.6/8   เลขที่9.

 



http://www.suriyothai.ac.th/node/1879

เฉลยข้อสอบ o-net


45. หลักในการออกกำลังกาย เพื่อให้หัวใจแข็งแรง ใช้อักษรย่อตามข้อใด
     1) FITT
     2) FITG
     3) FIIT
     4) FITI

ตอบ ข้อ  1) FITT
โปรแกรมการออกกำลังกาย หลักของการสั่งการรักษาด้วยการออกกำลังกายประกอบด้วย FITT คือ
F = frequency หรือ ความถี่ การออกกำลังกาย 3–5 วันต่อสัปดาห์จะมีผลดีต่อการลดระดับความดันโลหิตแล้ว อย่างไรก็ตาม ผลจากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายแต่ละครั้งจะมีผลลดความดันโลหิตได้นานหลายชั่วโมง ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายทุกวันหรือเกือบทุกวัน 5
I = intensity หรือ ความหนัก-เบา แนะนำให้ออกกำลังกายในระดับปานกลาง (moderate intensity exercise) คือ ที่ระดับประมาณ 40-60% VO2R หรือที่ Rate of Perceived Exertion Scale ที่คะแนน 12-13 (คะแนน 6-20) ตามตารางที่ 3 และ 4 ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือ ระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่มี HT ต้องการออกกำลังกายแบบหนักมาก (vigorous exercise) ก็สามารถทำได้แต่ควรพิจารณาเป็นรายๆ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
T = time หรือ ระยะเวลา การศึกษาส่วนใหญ่จะใช้การออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง (continuous exercise) โดยมีระยะเวลา 30–60 นาที ระยะเวลาช่วงนี้จะไม่พบความแตกต่างต่อการลดความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม อาจแบ่งการออกกำลังกายเป็นช่วงได้ (intermittent exercise) โดยแบ่งเป็นระยะเวลาช่วงละอย่างน้อย 10 นาที สะสมให้ได้ระยะเวลาทั้งหมด 30-60 นาทีต่อวัน
T = type หรือ ประเภทของการออกกำลังกาย ควรเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นหลัก และประกอบด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเป็นส่วนเสริม

46. ข้อใดเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของชุมชน
     1) โฟร์และมดเป็นผู้นำของชุมชน โดยมีบทบาทในการร่วมกิจกรรมกับชุมชนและมีความเป็นผู้นำ  กล้าคิด กล้าตัดสินใจ เสียสละ   และสนใจงาน
     2) อั้มยึดวัฒนธรรมประเพณีจากต่างประเทศ เพื่อมุ่งพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้า
     3) ติ๊กมีมนุษยสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับเฉพาะชาวบ้านที่มีมนุษยสัมพันธ์ด้วย
     4) ผู้ใหญ่บ้านพอล เรี่ยไรเงินจากชาวบ้านเพื่อไปสร้างป้อมยาม
ตอบ ข้อ 1) โฟร์และมดเป็นผู้นำของชุมชน โดยมีบทบาทในการร่วมกิจกรรมกับชุมชนและมีความเป็นผู้นำ  กล้าคิด กล้าตัดสินใจ เสียสละ และสนใจงาน
การมีผู้นำชุมชนที่ดีจะสามารถทำให้ชุมชนพัฒนาไปในด้านต่าง ๆ ได้ดีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน  การรักษาความปลอดภัยในแก่สมาชิกในชุมชน

47. ข้อใดเป็นสาเหตุจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
     1) หยอกล้อกันขณะทำงาน
     2) สวมแว่นกรองแสง
     3) สวมใส่ที่อุดหูที่ครอบหู
     4) สวมถุงมือป้องกันการทำละลาย

ตอบข้อ 1 เพราะการหยอกล้อกันในที่ทำงานอาจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ซึ่งตัวเลือกข้ออื่นๆเป็นการแสดงถึงการป้องกันอุบัติเหตุ

48. ข้อใดต่อไปนี้เป็นการประเมินผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยงของอุบัติเหตุทางอ้อม
     1) ค่ารักษาในโรงพยาบาล
     2) ค่าฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ
     3) ความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและผู้เป็นที่รัก
     4) ชดเชยระหว่างการเจ็บป่วย
ตอบข้อ 3 เพราะความสูญเสียทางตรง

แหล่งที่มา http://www.ismed.or.th/SME2/src/bin/controller.php?view=knowledgeInsite.KnowledgesDetail&p=&nid=&sid=29&id=1757&left=10&right=11&level=3&lv1=3

 

นางสาวสุพัตรา  บุญมี  ม.6/8  เลขที่  12

มาส่งงานแล้วคร่า



  เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 2549 (ข้อ 13-16) 

  13. กลูโคสที่เหลือใช้ภายในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อใด

      1. ไขมัน
      2. โปรตีน
      3. วิตามิน
      4. คาร์โบไฮเดรต  

    

   ตอบ  ข้อ  1.ไขมัน

       เพราะ อาหารที่กินเข้าไป(แป้ง น้ำตาล ไขมัน) เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส เข้าสู่กระแสเลือด ถ้าน้ำตาลกลูโคสในเลือดมีปริมาณสูงกว่าเกณฑ์ ฮอร์โมนอินซูลินจะหลั่งออกมาจากตับอ่อน ทำให้น้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์มากขึ้น และถ้าในเลือดมีน้ำตาลกลูโคสมากเกินไปอินซูลินจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสส่วนที่เหลือใช้ให้เป็นไกลโคเจน นำไปเก็บไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ และที่เหลือจากส่วนนี้จะนำมาเก็บไว้ในรูปของไขมัน


 14. ปัจจัยใดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์มากที่สุด

    1. การมีสุขภาพจิตดี
    2. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    3. การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
    4. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่         

     ตอบ 4. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
   เพราะ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและะพัฒนาการของมนุษย์ได้แก่

     1.   เพศ   ปกติเพศหญิงจะเจริญเติบโตเร็วกว่าเพศชาย
     2.   ต่อมต่าง ๆ  ภายในร่างกายที่ผลิตสารต่าง ๆ  อาจทำงานมากหรือน้อยต่างกันไป
     3.   อาหาร  การได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน  การเจริญเติบโตจะช้า
     4.   อากาศและแสงแดด  ถ้ามีอากาศดีและได้รับแสงแดดบ้างจะทำให้เราแข็งแรง  เจริญเติบโต    ตามปกติ
     5.   การบาดเจ็บและโรคภัยที่เป็นมาแต่เดิม  ถ้าป่วยมาแต่เล็กก็จะทำให้เจริญเติบโตช้า
     6.   การเรียนรู้ที่จะฝึกหัดหรือฝึกฝน  โดยเฉพาะการเล่นกีฬา  และทำกิจกรรมต่าง ๆ  จะทำให้พัฒนากล้ามเนื้อดี  จะทำให้เจริญเติบโตเร็วขึ้นการออกกำลังกายและการพักผ่อน 

  ที่มา http://www.sc.mahidol.ac.th/scpn/QL_SCKM/nananaroo/nananaroo1.html

   15. ข้อใดควรปฏิบัติมิให้ร่างกายขาดวิตามินเอ
   
     1. รับประทานน้ำมันตับปลา
     2. ออกกำลังกายกลางแจ้ง
     3. รับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ
     4. รับประทานผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ         

       ตอบ ข้อ 4. รับประทานผักใบสีเขียว และผักที่มีสีเหลืองเป็นประจำ  
 
       เพราะ วิตามินเอจากสัตว์และพืช ได้แก่ แครอท ผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง/ส้ม ไข่ นม และตับ    

  16. ข้อใดคืออาหารที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมากที่สุด
       
        1. ข้าวเหนียว ส้มตำ
        2. ข้าวเหนียว หมูย่าง
        3. ข้าวเหนียว สังขยา
        4. ข้าวเหนียว หน้ากุ้ง

         ตอบ  ข้อ 2. ข้าวเหนียว หมูย่าง             

         เพราะ โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งหมูย่าง คือ โปรตีน               

             
        น.ส พิมานมาศ  สุขจินดา  ม.6/8 เลขที่ 4


 



เฉลยแนวข้อสอบ o-net 2549 (ข้อ 15 - 18)

15. วัฒนธรรมต่างชาติที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของเด็กวัยรุ่นเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด

1. หนังสือและสิ่งพิมพ์ต่างๆ                         2. การสื่อสารที่ไร้พรมแดน
3. ความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ         4. ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์

เฉลย ข้อ 3. ความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ใน ปัจจุบันวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้ามาคลอบงำพฤติกรรมของวัยรุ่นมาก เช่น ความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มีปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ชอบดูสื่อลามก ซึ่งจะทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศจนมั่วสุมมีเพศสัมพันธ์หรืออยากลอง
เพราะวับรุ่นเป็นวัยอยากรู้อยากลองอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากลองเรื่องเพศสัมพันธ์นับว่าอันตราย


16. ข้อใดเป็นการปกป้องกนตนเองจากโรดเอดส์เมื่อมีเพศสัมพันธ์

1. ทำความสะอาดอวัยวะเพศ                              
2. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
3. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร              
4. ไม่สำส่อนทางเพศ

เฉลย ข้อ 2. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

ยางอนามัยมีลักษณะเป็นถุงยางบางๆ มีขนาดพอดีที่จะสวมใส่อวัยวะเพศของผู้ชายเมื่อตื่นตัวถุงยางอนามัยสามารถ
ช่วยป้องกันโรคเอดส์ได้ และสามารถป้องกันไม่ให้น้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอด


17. การออกกำลังกายวิธีใด ทำให้หัวใจแข็งแรงดีขึ้นที่สุด

1. วิ่ง 100 เมตร                    2. ยกน้ำหนัก

3. เดินเร็ว                            4.กระโดดสูง

เฉลย ข้อ 3. เดินเร็ว

เพราะ การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจแข็งแรง
ฝึกจากระยะทางน้อยๆ วันละไม่เกิน 1 กิโลเมตรต่อ 9 นาที
และฝึกเดินเร็วโดยใช้เวลาต่อโลเมตรเป็นตัวกำหนดให้เร็วขึ้น



18. เมื่อมนุษย์ออกกำลังการด้วยการวิ่งเหยาะๆทุกวันๆละ 30 นาทีร่างกายจะพัฒนาเส้นใยกล้ามเนื้อสีใดมากที่สุด

1. สีขาว          2. สีแดง          3. สีชมพู          4. สีดำ

เฉลย ข้อ 2. สีแดง

การวิ่งเหยาะๆทุกวัน วันละ 30 นาที ร่างการจะพัฒนาเส้นใยกล้ามเนื้อสีแดง
เกิดจากการที่กล้ามเนื้อที่หดตัวช้า จะทำให้มีฮีโมโกลบินดีขึ้นอย่างหนาแน่นมากขึ้นต่อหน่วยพื้นที่ แล้วแต่เราจะกำหนด

น.ส.กิตติยา  ทองดวง  ม.6/8  เลขที่17



                                                        แนวข้อสอบ ONET ปี 2549 ข้อ40-44
40. หวิวต้องทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โอ๋จึงชวนไปเที่ยวทะเล นักเรียนคิดว่าหวิวควรตอบอย่างไร
1. เอาไว้โอกาสหน้า                        
2. ยังไม่ว่างไปไม่ได้ 
3. ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด         
4. พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า

ตอบข้อ  3. ดีเหมือนกันจะได้คลายเครียด
เพราะ...
เนื่องจากหวิวนั้นทำงานตลอดทั้งวัน ไม่ค่อยได้มีเวลาพักผ่อน แต่เมื่อโอ๋มาชวนก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราควรจะพักผ่อนบ้าง เป็นการคลายเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อเติ่มพลังให้กับสมอง เพื่อพัฒนางานในวันอื่นๆต่อไป  ถือเป็นการให้รางวัลกับตนเอง

41.โปรตีน เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในร่างกาย เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ โปรตีนเกิดจากองค์ประกอบย่อยๆ ที่เรียกว่าอะไร และสามารถแบ่งได้เป็นกี่กลุ่ม
1. กรดแลคติก แบ่งได้ 2 กลุ่ม
2. กลูโคส แบ่งได้ 4 กลุ่ม
3. เอนไซม์ แบ่งได้ 2 กลุ่ม
4. กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม

ตอบข้อ 4. กรดอะมิโน แบ่งได้ 2 กลุ่ม
เพราะ...โปรตีนมีหน่วยย่อยคือกรดอะมิโน กรดอะมิโนมีทั้งหมด 20 ชนิด เรียงร้อยกันขึ้นเป็นสายโปรตีน แบ่งกรดอะมิโน ออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้
1) กรดอะมิโนจำเป็น (essential amino acid) สำหรับคนมี 10 ชนิด ได้แก่ อาร์จินีน (arginine) ฮิสทิดีน (histidine) ไอโซลิวซีน (isoleucine)  ลิวซีน (leucine) ไลซีน (lysine) เมไทโอนีน (methionine) ฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) ทรีโอนีน (threonine) ทริปโตเฟน (tryptophane) และเวลีน (valine) ซึ่งร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ แต่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างโปรตีน ร่างกายได้กรดอะมิโนเหล่านี้จากอาหารเท่านั้น ส่วนกรดอะมิจำเป็นของสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นจะแตกต่างกันตาม สปีชีส์ (species) ของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
2) กรดอะมิโนไม่จำเป็น (Non–essential amino acid) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง

42.อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงได้แก่ข้อใด
1.นมผงอัดเม็ด
2.เนื้อหมู ไก่ ไข่ ผัก
3.อาหารที่มีรสจัด
4.ดื่มน้ำวันละ8แก้ว

ตอบข้อ 1. นมผงอัดเม็ด
เพราะ...นมผงอัดเม็ดเป็นอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพของผู้สูงอายุมากที่สุด
คือเสี่ยงต่อไขมันอุดตันในโรคหลอดเลือด ไขมันสูง ความดัน  เป็นต้น

43. ความเชื่อด้านสุขภาพอะไรมีผลที่สำคัญในเรื่องการปรับเปลี่ยน และความคงอยู่ต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล
1. ความรู้ การกระตุ้น กดดัน
2. ความเป็นอยู่ การเกิดโรค การรักษา
3. ร่างกาย จิตใจ ฮอร์โมน
4. ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ

ตอบข้อ 4. ความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ
เพราะ...พฤติกรรมสุขภาพหมายถึง  การปฏิบัติหรือการแสดงออกของบุคคลใน    การกระทำหรืองดเว้นการกระทำในสิ่งที่มีผลต่อสุขภาพของตนเอง  โดยอาศัยความรู้ 
ความเข้าใจ  เจตคติ  และการปฏิบัติตนทางด้านสุขภาพด้านต่าง ๆ  คือสุขภาพกาย  จิตใจ/อารมณ์  และสังคม ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างสมดุล

44. ข้อใดไม่ใช่ระบบเฝ้าระวังที่เน้นระบบเฝ้าระวังเชิงรุกร่วมกันที่มีส่วนร่วมต่อแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
1. การตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาโรค
2. การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
3. ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค
4. ศึกษาและเฝ้าระวังโรคทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้น

ตอบข้อ 2. การรักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
เพราะ...
การเฝ้าระวังเชิงรับ (passive surveillance) จะเป็นการรายงานเมื่อมีการปรากฏอาการโรคที่ต้องสงสัย ซึ่งจะใช้การรณรงค์ให้สาธารณชน
รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตื่นตัวต่อโรคที่ปรากฎ การเฝ้าระวังเชิงรับมักจะนำไปสู่การประมาณสถานการณ์โรคที่ต่ำเกินความเป็นจริง จึงต้องใช้การเฝ้าระวังเชิงรุกด้วย
(active surveillance) โดยจะมีการตรวจสอบสัตว์ที่ด่านกักกันสัตว์, โรงฆ่าสัตว์, จุดตรวจ, ตลาด และฟาร์มเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามจุดเสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุกจะมีการศึกษาตรวจทางซีรั่มเพื่อที่จะตรวจจับการติดเชื้อน

น.ส. ธัญญา     วงศ์บุศยรัตน์    ม.6/8   เลขที่    11
http://www.suriyothai.ac.th/node/1878



เฉลยแนวข้อสอบ o-net 2549 ข้อ 17 - 20

 

17. ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันไม่อิ่มตัว
      1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย
      2. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวง่าย
      3. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวยาก
      4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

ตอบ   4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

เพราะ  กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นกรดไขมันที่มีพันธะระหว่างอะตอมคาร์บอนกับคาร์บอนยึดเหนี่ยวด้วยพันธะคู่อย่างน้อย 1 พันธะ ซึ่งมีจำนวนอะตอมคาร์บอนน้อยกว่ากรดไขมันอิ่มตัว 2 อะตอม จึงทำให้จุดหลอมเหลวต่ำ

18. ข้อใดคือคุณสมบัติของกรดไขมันอิ่มตัว
      1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย
      2. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวง่าย
      3. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวยาก
      4. จุดหลอมเหลวต่ำ   แข็งตัวยาก

ตอบ  1. จุดหลอมเหลวสูง   แข็งตัวง่าย

เพราะ  กรดไขมันส่วนมากมีจำนวนคาร์บอนอะตอม C12 - C18 กรดไขมันไม่ละลายน้ำ กรดไขมันจะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูงขึ้นตามจำนวนคาร์บอนอะตอมที่เพิ่มขึ้น และกรดไขมันอิ่มตัวมีจุดเดือดสูงกว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่มีมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน ถ้าเป็นกรดไขมันอิ่มตัวมาก จะเป็นไขมัน

19. สารอาหารใดที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

      1. ไขมัน       2. โปรตีน       3. วิตามิน       4. คาร์โบไฮเดรต

ตอบ   2. โปรตีน

เพราะ   โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เป็นโครงสร้างเซลล์ เช่น ผิว ผม เล็บ เป็นต้น

20. สารอาหารใดที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

      1. ไขมัน       2. โปรตีน       3. วิตามิน       4. คาร์โบไฮเดรต

ตอบ   1. ไขมัน

เพราะ   ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เพราะไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนออกจากร่างและช่วยบรรเทาความหนาวจากภายนอกได้

 

น.ส  วิภาวรรณ  ศรีศุภวัฒนะ   เลขที่ 5  ม. 6/8

http://www.suriyothai.ac.th/node/1877 



 เฉลยข้อสอบ O-NET ปี 49 (ข้อ49-50)

49.เมื่อนักเรียนโดนแมลงมีพิษต่อย นักเรียนจะเลือกใช้สมุนไพรชนิดใด
     1. ฝรั่ง               2. พญายอ            3. ตำลึง              4. ฟ้าทะลายโจร

เฉลย ข้อ 3 เพราะ
 ตำลึงถือเป็นยาเย็น ใบช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการแพ้ อักเสบ แมลงมีพิษกัดต่อย แก้แสบคัน เจ็บตา ตาแดงและตาแฉะ แก้โรคผิวหนัง และลดน้ำตาลในเลือด

 

50. สิ่งเสพติดหมายถึงอะไร
1. สิ่งที่เสพแล้วทำให้สุขภาพดีขึ้น                     2. สิ่งที่เสพแล้วอยากเสพอีกเรื่อยๆ
3. สิ่งที่เสพเข้าไปแล้วทำลายสุขภาพร่างกาย        4. สิ่งที่เสพแล้วไม่สามารถเลิกเสพได้

เฉลย ข้อ 4 เพราะ
สิ่งเสพติด หรือที่เรียกกันว่า "ยาเสพติด" ในความหมายของ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization or WHO) จะหมายถึงสิ่งที่เสพเข้าไปแล้วจะเกิดความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อไปโดยไม่สามารถหยุดเสพได้ และจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อร่างกายและจิตใจขึ้น

เฉลยข้อสอบ O-NET  ปี 50 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา

1. ต่อมไร่ท่อใดหากถูกทำลายจะทำให้เสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น

       1. ตับอ่อน  ม้าม                             2. ต่อมใต้สมอง  รังไข่

       3. ต่อมหมวกไต  ตับอ่อน                  4. ต่อมไทรอยด์  ต่อมพาราไทรอยด์

ตอบ   3. ต่อมหมวกไต  ตับอ่อน 

เพราะ   Essential endocrine gland เป็นต่อมไร้ท่อที่จำเป็นมากและมีความสำคัญ ถ้าขาดแล้วทำให้ตายได้ ได้แก่ต่อมดังต่อไปนี้
          
1.1) ต่อมพาราไทรอยด์            1.2) ต่อมหมวกไตชั้นนอก 
           1.3) ต่อมไอส์เลตของตับอ่อน

 

2. อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบส่วนมากเกิดจากเชื้อไวรัส ยกเว้นข้อใด

       1. โรคคางทูม     2. โรคปอดบวม     3. โรคอีสุกอีใส     4. โรคหัดเยอรมัน

ตอบ   2. โรคปอดบวม          

เพราะ   สมองอักเสบ   เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น เชื้อเริม (Herpes simplex), เชื้อพิษสุนัขบ้า (Rabies), เชื้อโปลิโอ เป็นต้น
          ในบ้านเรามีเชื้อไวรัสชื่อ เจแพนีสบี (Japanese B virus) ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในสัตว์ (เช่น หมูม้า แพะ หนู นก) ติดต่อถึงคนโดยมียุงประเภทคิวเล็กซ์ (Culex) และเอดีส (Aedes) บางชนิด ซึ่งเป็นยุงรำคาญที่อยู่ตามบ้านเป็นพาหะนำโรค ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ ซึ่งบางครั้งอาจพบระบาดในช่วงฤดูฝน ในแทบทุกภาคของประเทศ แต่พบระบาดบ่อยทางภาคเหนือ มักพบในเด็กต่ำกว่า 15 ปี และในคนแก่ ระยะฟักตัวของโรคนี้ 5-14 วัน
          นอกจากนี้ยังอาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนตามหลังหัด , หัดเยอรมัน , อีสุกอีใส , คางทูม


                                                                น.ส. ณัฐนันท์ เลิศวาณิชดิลก เลขที่ 13 ม.6/8

http://www.suriyothai.ac.th/node/1875



  แนวข้อสอบ ONET ปี2550 (ข้อ3-6)

3. หูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้ออะไร 

     1. เชื้อรา               2. เชื้อพยาธิ
     3. ติดเชื้อไวรัส      
4. เชื้อแบคทีเรีย

ตอบ    ข้อ 4 หูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง อาจเกิดแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ได้ 


4. เมื่อใกล้วันสอบนักเรียนมีความหงุดหงิดวิตกกังวลเนื่องจากร่างกายหลั่งสารใดลดน้อยลง

 1. ซีรีโทนิน เอ็นเดอร์ฟิน             2. ซีรีโทนิน อินซูลิน

 3. เอ็นเดอร์ฟิน กลูคากอน           4. เมลาโทนิน โตปานิน


ตอบ     ข้อ 1 การหงุดหงิดและวิตกกังวลใจ จิตใจไม่สงบ กระวนกระวาย ร่างกายจะหลั่ง

สารซีรีโทนิน และสารเอ็นเดอร์ฟินออกมาลดน้อยลง

     ซีรีโทนิน เป็นสารชีวเคมีของสมองที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอารมณ์ของบุคคล รวมถึง โตปานิน และ นอร์อิพิเนฟริน

     เอ็นเดอร์ฟิน เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาขณะที่เรามีความสุข

 

5. ข้อใดไม่ใช่การสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเอง

          1. การทำให้ค่านิยมกระจ่างชัดเจน         2. การเผชิญกับปัญหาได้

          3. การรับรู้ถึงความรู้สึกตนเอง               4. การบริหารจัดการใช้เวลาอย่างเหมาะสม


ตอบ     ข้อ 4 การสร้างเสริมการรู้จักตนเองและการยอมรับตนเองต้องมีความเชื่อมั่นใน

ตนเองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพราะการวางแผนหรือเป้าหมายใดๆในการทำงานต้องมีความ

เชื่อมั่นต่อตนเอง ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่เกิดจะขึ้นและพร้อมแก้ไขตลอดเวลา


6. คำกล่าวที่ว่า "มนุษย์ทุกคนมีหมอ 2 คน คือ ขาขวาและขาซ้าย" ให้นักเรียนเปรียบเทียบว่า

ใกล้เคียงกับข้อความใด

          1. ออกกำลังกายด้วยการเดิน           2. ออกกำลังกายป้องกันโรคได้

          3. การดูแลตนเองก่อนเสมอ            4. การมีหมอหรือแพทย์ประจำครอบครัว


ตอบ     ข้อ 2 การออกกำลังกายป้องกันโรคได้ หมายถึง การใช้กล้ามเนื้อและอวัยวะอื่นๆ

ของร่างกายทำงานมากกว่าการเคลื่อนไหวหรืออิริยาบถต่างๆตามปกติในชีวิตประจำวัน

การออกกำลังกายที่ดีและถูกต้องควรจะปฏิบัติอยู่สม่ำเสมอตามความเหมาะสมของอายุ เพศ

และสภาวะของร่างกาย

นางสาววัชราภร  ทองทรัพย์ ม.6/8 เลขที่14 

http://www.suriyothai.ac.th/node/1876



ข้อสอบ o-net 49 ข้อที่ 25-28

 25.ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ไขมันอิ่มตัวได้ง่าย
   1. คาร์บอน          2. ออกซิเจน          3. ไฮโดรเจน          4. ไนโตรเจน
 ตอบ ข้อ.3 ไฮโดรเจน
        ไขมันอิ่มตัว หมายถึง ไขมันที่คาร์บอนทุกตัวยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมดและไม่สามารถจับกับไฮโดรเจนเพิ่มได้อีก
        ซึ่งหมายถึงว่า ถ้ามีไฮโดรเจนไปจับกับคาร์บอน จนคาร์บอนไม่สามารถรับไฮโดรเจนเพิ่มได้อีกแล้ว จะทำให้เกิดเป็นไขมันอิ่มตัว
        ดังนั้น ไฮโดรเจนคือสาเหตุที่ทำให้ไขมันอิ่มตัวได้ง่าย
 ข้อมูลจาก:
 http://www.nautilus.co.th/health_nutrition/tips_fatty.asp

_________________________________________________________

26.ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้มากที่สุด
    1. อาหารที่มีฝุ่นละออง  2. อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก
    3. อาหารที่มีสีและรสจัด  4. อาหารที่ปรุงโดยไม่มีการล้าง
 ตอบ ข้อ.2 อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก
        จากการศึกษา สารกันบูดที่ดีควรจะมีฤทธิ์ทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารเน่าเสีย จึงสามารถสรุปได้ว่าสาเหตุที่ทำให้อาหารเน่าบูดได้มากที่สุดคือ การที่มีจุลินทรีย์ในอาหารมาก
 
ข้อมูลจาก:
 http://www.tistr.or.th/t/publication/page_area_show_bc.asp?i1=64&i2=40

 __________________________________________________________________

27. ข้อใดคือกรดไขมันอิ่มตัว
     1. น้ำมันหมู         2. น้ำมัยรำข้าว
     3. น้ำมันถั่วลิสง    4.น้ำมันข้าวโพด
ตอบ ข้อ 1.น้ำมันหมู  เพราะไขมันอิ่มตัวจะมีมากในน้ำมันสัตว์และน้ำมันมะพร้าว
ข้อมูลจาก : http://www.elib-online.com/doctors46/food_oil002.html

__________________________________________________________________

28. ข้อใดคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด
    1. การนอนหลับ                    2. การไปทัศนศึกษา
    3. การไปดูภาพยนตร์              4. ฟังเพลง และลีลาศ

ตอบ ข้อ 1) การนอนหลับ
- เพราะขณะหลับร่างกายจะหยุดพักผ่อนตามไปด้วย และเป็นการลดภาระให้สมองทำงานเบาลง
ข้อมูลจาก:
http://variety.teenee.com/science/7171.htm

___________________________________________________________________

*เลขที่ 6 ทำผิดข้อ ข้อที่25-28 ปี 49 เลขที่ 7 ทำค่ะ

น.ส.สราลี ดิษฐป้าน ม.6/8 เลขที่ 7



 เฉลยข้อสอบ O-NET

9. ลานนามีส่วนสูง 153 เซนติเมตร หนัก58 กิโลกรัม ลานนามีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด

       1. อ้วน 2. ผอม  3. ได้สัดส่วน 4. ควรเพิ่มน้ำหนัก

ตอบ  ข้อ 3. ได้สัดส่วน คิดได้จาก ค่าBMI โดยนำ น้ำหนัก/(ส่วนสูง)2

  ต่ำกว่า 18.5  ผอม
  18.5 – 24.9  ปกติ
  25.0 – 29.9 อ้วน
  30.0  ขึ้นไป  อ้วนมาก

  58/(153)2 = 58/2.3409 =24.77

  ได้ 24.77 จะอยู่ในเกณฑ์ ปกติ ก็คือ ได้สัดส่วน


---------------------------------------------------------------------------------------------------

10. ข้อใดมีผลมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของความอ้วน-ผอม
            
 1. อาหาร  2. พันธุกรรม 3. ฮอร์โมน  4. การออกกำลังกาย 

ตอบ ข้อ 3. เนื่องร่างกายของเรามีฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความหิว 2 ชนิด คือ 
  1. เกรลิน (Ghrelin)เป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิว
  2.ส่วนเล็ปติน (Leptin)เป็นฮอร์โมนที่กดความหิว

  ที่มาของข้อมูล 
http://www.never-age.com/diet/diet.php?did=241
---------------------------------------------------------------------------------------------------

11. คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้ในร่างกายจะถูกสะสมไว้ในรูปของสารใด   
            
 1. แป้ง                2. ไขมัน                3. ไกลโคเจน                4. กลูโคส

ตอบ   ข้อ 2. เพราะถึงขั้นแรกร่างกายจะเก็บสะสมคาร์โบไฮเดรต
  ที่เหลือใช้ไว้ในรูปของไกลโคเจน แต่เนื่องจากร่างกาย
  มีการสะสมไกลโคเจนได้อย่างจำกัด จึงต้องเก็บไปเก็บในรูปไขมัน

ที่มาของข้อมูล 
http://www.rbru.ac.th/courseware/science/4031102/lesson1/lesson1.5.html
---------------------------------------------------------------------------------------------------

12. สารอาหารคือข้อใด
              
1. การโภชนาการ                2. การบริโภคอาหาร 3. กรดไขมันอิ่มตัว  4. สิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ตอบ   ข้อ 4. สารอาหาร คือสิ่งที่ให้พลังงาน และทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

  ที่มาของข้อมูล 
http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=397503&chapter=56
---------------------------------------------------------------------------------------------------

นส.ฉัตรฌา  เจริญสุขสนิท   ม.6/8  เลขที่ 3



 ข้อ 19-22

19. สารอาหารใดที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ โปรตีน

เพราะ โปรตีนทำหน้าที่ทางด้านโครงสร้าง เช่น ระบบเส้นใยของเซลล์

20. สารอาหารใดที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ ไขมัน

เพราะ การสะสมของไขมันทำให้เกิดความอบอุ่นแก่ร่างกาย

21. สารอาหารใดที่ให้พลังงาน
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ คาร์โบไฮเดรต

เพราะ แป้งเผาผลาญเป็นน้ำตาลสู่ร่างกาย

22. น้ำดีมีหน้าที่ย่อยอาหารประเภทใด
     1) ไขมัน
     2) โปรตีน
     3) วิตามิน
     4) คาร์โบไฮเดรต

ตอบ ไขมัน

เพราะ น้ำดีมีหน้าที่ย่อยสลายไขมันให้มีขนาดเล็กลง

 

นส. ฐานิกา จันทร์ไพบูลย์กิจ ม.6/8 เลขที่18



เฉลยข้อสอบO-Net ปี 50 (ข้อ 27 - ข้อ 30)

27.  การเล่นประเภทคู่ กีฬาใดมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากกีฬาอื่น
       1) เทนนิส                     2) แบดมินตัน 
       3) เทเบิลเทนนิส             4) วอลเลย์บอลชายหาด
ตอบ  ข้อ 3 การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส ประเภทคู่มีวิธีการส่ง  ผลัดกันเสริฟ์จนครบ 5 ครั้ง จึงจะเปลี่ยนเสริฟ์จนจบเกมหรือทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 20 คะแนนเท่ากัน หรือเมื่อนำระบบเร่งเวลามาใช้ก็ผลัดกันเสริฟ์ฝ่ายละครั้ง การนับคะแนนถ้าผู้เล่นทำผิดกติกาจะเสียคะแนน ถ้าผู้เล่นคนใดหรือคู่ต่อสู้ทำคะแนนได้ 21 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ ถ้าหากยังทำได้ 20 คะแนนเท่ากันก็เล่นต่อไป ถ้าใครทำคะแนนได้มากกว่าฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน ก็จะเป็นฝ่ายชนะ 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 5

28.  การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส เมื่อคู่แข่งตีลูกทอปสปิน เราควรตั้งหน้าไม้อย่างไร เพื่อให้ลูก กระดอนกลับไปลงบนโต๊ะคู่แข่งขัน
  1) ตีกลับไปโดยการคว่ำหน้าไม้เล็กน้อย        2) ตีกลับไปโดยการหงายหน้าไม้เล็กน้อย    
   3) ตีกลับไปโดยการตั้งหน้าไม้ตั้งฉากกับโต๊ะ    4) ตีกลับไปโดยเอียงหน้าไม้เล้กน้อย
ตอบ  ข้อ 1  การตีลูกทอปสปิน คือ การตีที่แรงและลูกหมุน การรับเพียงแต่ตั้งหน้าไม้ให้ครงและคว่ำหน้าไม้เล็กน้อย ลูกก้จะย้อนกลับไปในทิศทางเดิม แต่การตกของลูกไม่แน่นอนว่าสั้น ยาว หรือด้านข้าง

29. ข้อความใดถูกต้อง ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4 x 100 เมตร
     1) การรับ-ส่งไม้ผลัดจะต้องทำการรับ – ส่งไม้ภายในระยะทาง 10 เมตร
     2) นักกีฬาที่วิ่งทางโค้งได้ดี จะต้องประจำที่ไม้ 1 และ ไม้ 3
     3) นักกีฬาที่วิ่งช้าในทีม อาจถูกกำหนดให้วิ่งแค่ระยะทาง 90 เมตร
     4) ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูก
ตอบ ข้อ 4 ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4 x 100 เมตร นักกีฬาวิ่งทางโค้งได้ดีจะต้องประจำที่ไม้ 1
และไม้ 3 ลักษณะของการวิ่งทางโค้ง คือ การซับแขน แขนขวาจะต้องซับแขนสูงกว่า แขนซ้าย เพื่อให้
สมดุลกับทางโค้งกับร่างกาย การก้าวเท้าเหมือนกับเข่าซ้ายจะยกต่ำกว่าเข่าขวา เพื่อทำมุมกับพื้นที่ทาง
โค้งเพื่อให้เกิดความสมดุลในการวิ่ง

30. รายการแข่งขันใด ไม่มีในการแข่งขันทศกรีฑา
     1) วิ่ง 400 เมตร
     2) วิ่ง 200 เมตร
     3) วิ่งกระโดดไกล
     4) พุ่งแหลน
ตอบ ข้อ 2  ในการแข่งขันทศกรีฑา มีการแข่งขัน 10 ชนิด ไม่มีวิ่งสองร้อยเมตร

ที่มา : http://www.zazana.com/History-/id2163.aspx


น.ส. ปัทมาภิรัตน์ บรรณธนเศรษฐ์ ม.6/8 เลขที่ 20(เลขที่ใหม่)



เฉลย O-NET ปี49 ( ข้อ 25 - ข้อ 28 )

25. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ไขมันอิ่มตัวได้ง่าย
     1) คาร์บอน
     2) ออกซิเจน
     3) ไฮโดรเจน
     4) ไนโตรเจน
ตอบ  3.ไฮโดรเจน    คือ ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ่โดย สมบูรณ์ และไม่มีช่องว่างเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับสารใด ๆ ในร่างกาย พบมากในพวกไขมันสัตว์ เช่น เนื้อหมู
          เนื้อวัว และไขมันจากกะทิ มะพร้าว เนย และไข่แดง

26. ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้มากที่สุด
     1) อาหารที่มีฝุ่นละออง
     2) อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก
     3) อาหารที่มีสีและรสจัด
     4) อาหารที่ปรุงโดยไม่มีการล้าง
ตอบ   2. อาหารที่มีจุลินทรีย์มาก  เพราะ  จุลินทรีย์จะย่อยอาหารทำให้อาหารบูดเน่า

27. ข้อใดคือกรดไขมันอิ่มตัว
     1) น้ำมันหมู
     2) น้ำมันรำข้าว
     3) น้ำมันถั่วลิสง
     4) น้ำมันข้าวโพด
ตอบ   1.น้ำมันหมู เพราะ  เพราะไขมันอิ่มตัวจะมีมากในน้ำมันสัตว์

 28. ข้อใดคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด
     1) การนอนหลับ
     2) การไปทัศนศึกษา
     3) การไปดูภาพยนต์
     4) ฟังเพลง และลีลาศ
ตอบ   1.การนอนหลับ เพราะ การนอน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะหลับสบายยามหัวถึงหมอน หรือหลับได้ทุกที่ทุกสถานการณ์
          การนอนสำคัญและเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ มากกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณมีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือ
          ง่วงหลับประจำตอนกลางวัน สาเหตุใดที่เป็นปัญหาที่กวนใจแท้จริง และปัญหาใดเป็นความเชื่อผิดๆ กันแน่

นางสาวพรนภา  สวนสมจิตต์  ม.6/8  เลขที่  6

http://www.suriyothai.ac.th/node/1871



เฉลยข้อสอบO-Net ปี 50 (ข้อ 7 - ข้อ 9)


7. เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น วัยรุนชายจะมีการเจริญเติบโตทางร่างกาย ช้ากว่าวัยรุ่นหญิงประมาณ 2 ปี เพราะได้รับอิทธิพลจากข้อใด
   
  1) ยีน
     2) สมอง
     3) สิ่งแวดล้อม
     4) ต่อมไร้ท่อ


ตอบ ข้อ 4 เพราะ การค้นคว้าในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ในเพศชายมี "ยีน" หรือ "หน่วยพันธุกรรม" ชื่อ "Rasgrf1" มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายเติบโตเร็วกว่าผู้หญิง นอกจากนั้น ยังส่งผลลัพธ์ทางลบ ทำให้มีอายุขัยสั้นกว่าเพศหญิง
ที่มา :
http://www.kroobannok.com/24978

 

8. การวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพดี ด้วยการรับประทานอาหารครบทุกหมู่และออกกำลังกายด้วยการเดินจะได้ประโยชน์มากที่สุดข้อใด
     1) กระดูกยาวขึ้น
     2) มวลกระดูกมากขึ้น
     3) กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

     4) เอ็นและข้อต่อแข็งแรงขึ้น


ตอบ ข้อ 3 ด็อจ เคลซีย์ ผู้ชำนาญการด้านกายภาพบำบัดของสหพันธ์กายภาพบำบัดสหรัฐอเมริกา อธิบายไว้ว่า การเดินจะช่วยเผาผลาญไขมันและพลังงานได้ดีกว่าการวิ่ง เพราะการเดินเราต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่าการวิ่ง
ที่มา :
http://www.thaihealth.or.th/node/11071

 

9.ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม
      1)การอบรมเลี้ยงดู                    
      2) สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว
      3)ระดับการศึกษาของครอบครัว
      4) ความเชื่อในการพยากรณ์ชีวิต


ตอบ  ข้อ 4 การเชื่อคำพยากรณ์ชีวิตนั้นบางทีอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงแต่หากเราไปยึดติดมากเกินไปอาจจะทำให้เรากังวัลไปเองจิตตกและคิดมากได้

10. จากคำกล่าวที่ว่า " ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น " นักเรียนจะแปลความหมายให้ถูกต้องที่สุดคือข้อใด
       1)การอบรมเลี้ยงดู
       2) สติปัญญา  
       3) สิ่งแวดล้อม              
       4) กรรมพันธุ์


ตอบ   ข้อ 1 ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ความหมายคือลูกย่อมไม่ต่างกับพ่อ-แม่นัก นี่คือคำเปรียบเปรยของบรรพบุรุษไทย ที่ยังใช้ได้อยู่ แต่ก็ใช่จะตรงไปเสียทุกเรื่อง
ที่มา :
http://www.siamdara.com/Column/00001138.html

 

นางสาวมาริสา  หาญสงคราม  ม. 6/8  เลขที่  15

http://www.suriyothai.ac.th/node/1870 



 เฉลย O-NET ปี49  < ข้อ 5-8 >

5. ในการลดความอ้วนต้องคำนึงถึงข้อใดมากที

1. ปริมาณและคุณค่าอาหาร

2. ปริมาณอาหารและแคลอรี่

3.ความพยายามและกำลังใจ

4.จำนวนมิ้ออาหารและชนิดของอาหาร

ตอบ ข้อ 2. ปริมาณอาหารและแคลอรี่  เพราะถ้าเกิดว่าทานมากเกินไปและใช้พลังงานน้อยเกินไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย

6. โดยทั่วไปคนอ้วนมักตายด้วยโรคใดมากที่สุด

1.โรคหัวใจ


2.โรคเบาหวาน


3.โรคมะเร็ง


4.โรคไขข้ออักเสบ

ตอบ  ข้อ 1 โรคหัวใจ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งเนื่องจากไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน หัวใจทำงานเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ก็จะทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย

7. บุคคลทั่วไปมีน้ำหนักมาตรฐานขึ้นอยู่กับข้อใด

1) อายุ ส่วนสูง โครงสร้างของร่างกาย

2) เพศ ส่วนสูง โครงสร้างร่างกาย

3) อายุ อาหารและการออกกำลังกาย

4) พันธูกรรม อาหาร การออกกำลังกาย

ตอบ 3) อายุ อาหารและการออกกำลังกาย เพราะ อายุมีผลต่อน้ำหนักมาตราฐาน อาหารเป็นปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งควรรับประทานให้พอเหมาะ และควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และควรมีการออกกำลังกายอย่างน้อย3-5ครั้ง/สัปดาห์ 

8. สุรชัยมีส่วนสูง 175 เซนติเมตร หนัก 68 กิโลกรัม สุรชัยมีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด

1) อ้วน

2) ผอม

3) ได้สัดส่วน

4) ควรเพิ่มน้ำหนัก

ตอบ 3)  ได้สัดส่วน เนื่องจาก Body Mass Index หรือ ดัชนีมวลกาย  ของสุรชัยมีค่า BMI คือ 22.2 อยู่ในเกณฑ์สมส่วน จึงถือได้ว่ามีน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

น้ำหนักตัว(กก.)/ส่วนสูงกำลัง 2 (เมตร) = 68/1.75ยกกำลัง 2

                                                = 22.20

 

น.ส.วนิดา  รุ่งวัฒนากุล ม.6/8 เลขที่ 2



 

เฉลยแนวข้อสอบ  O-NET  ปี 2550       (ข้อ23. - ข้อ26.)

ข้อ 23. คนอายุ 20 ปี ต้องการฝึกฝนกีฬาที่มีความถนัด 80%ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด  จะมีอัตราการเต้นของหัวใจเท่าใด

           1. 156 ครั้งต่อนาที   

           2. 160 ครั้งต่อนาที     

           3. 166 ครั้งต่อนาที   

           4. 172 ครั้งต่อนาที

ตอบ   ข้อ 2. 160 ครั้งต่อนาที

เพราะ  อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ = 220 - อายุ
                                           = 220 - 20       = 200 ครั้งต่อนาที

         ชีพจรเป้าหมาย คิดสูงสุด (80%) = 160 ครั้ง/นาที

(ใช้การตรวจสอบโดยจับชีพจร ในขณะออกกำลังกาย 10 วินาที แล้วคูณด้วย 6 จะได้อัตราชีพจร 1 นาที)

ที่มา - http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php

 

ข้อ 24. ปัจจัยในข้อใดมีความสำคัญที่สุดในการสร้างสมรรถภาพทางกาย

           1. อาหาร          

           2. อาหารเสริม          

           3. ยาบำรุง      

           4. การออกกำลังกาย

ตอบ   ข้อ 4. การออกกำลังกาย

เพราะ   วิธีการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย คือ การออกกำลังกายนั่นเอง เเต่การที่สมรรถภาพทางกายจะดีหรือไม่เพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับโปรแกรมการฝึก ซึ่งจะต้องจัดให้สอดคล้องกับความต้องการว่า ต้องการจะเสริมสร้างส่วนไหน โปรแกรมการฝึกที่ดี จะต้องคำนึงถึงความถี่ในการฝึก ปริมาณของการออกกำลังกาย ชนิดของการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร การผักผ่อน อุปนิสัยในชีวิตประจำวัน และธรรมชาติของผู้ฝึกเป็นต้น

ที่มา - http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php


 

ข้อ 25. ในการเล่นกีฬา  เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าเคล็ด  นักกีฬาควรปฏิบัติอย่างไร

           1.หยุดพัก  ใช้ความเย็นประคบ  ปล่อยให้ขาห้อยลง

           2.หยุดพัก  ใช้ความร้อนประคบ  ยกขาขึ้นสูง

           3.หยุดพัก  ใช้ความเย็นประคบ  ยกขาขึ้นสูง

           4.หยุดพัก  ใช้ความร้อนประคบ  ปล่อยให้ขาห้อยลง

ตอบ   ข้อ 3. หยุดพัก  ใช้ความเย็นประคบ  ยกขาขึ้นสูง

เพราะ  การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดข้อเท้าเคล็ด

๑. ให้ข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บพักนิ่งๆ  ห้าม! เดิน

๒. ยกเท้าให้สูงเล็กน้อยเพื่อห้ามเลือดและลดบวม

๓. ประคบด้วยความเย็นทันทีนานอย่างน้อย  ๒๐ นาที

๔. ยึดข้อเท้าให้นิ่งด้วยผ้ายืด ถ้าสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ผูกด้วยเชือก ให้คลายเชือกผูกรองเท้า แต่ไม่ต้องถอดรองเท้า

ห้าม !  ประคบด้วยความร้อนใน ๒๔ ชั่วโมง

ที่มา -  http://www.doctor.or.th/node/1500

 

ข้อ 26. การแข่งขันเซปักตะกร้อ  ข้อใดถือว่าเป็นผลแพ้ชนะที่ถูกต้อง

          1.11 : 9 , 11 : 8       

          2.15 : 13 , 15 : 12    

          3.21 : 19 , 21 : 18     

          4.25 : 23 , 25 : 21 

ตอบ    ข้อ 3.21 : 23 , 25 : 21

เพราะ  ทีมที่ชนะการแข่งขันในแต่ละเซ็ท จะต้องทำคะแนนได้ 21 คะแนน แต่ถ้าคะแนนเท่ากันที่20 – 20 ผู้ชนะจะต้องมีคะแนนต่างกัน 2 คะแนน และคะแนนสูงสุดไม่เกิน 25 คะแนน เมื่อคะแนน 20 เท่า ผู้ตัดสินต้องขานว่า “ ดิวส์คู่ไม่เกิน 25 แต้ม

ที่มา - http://www.lookood.com/claimloei/takraw.htm


                                                                                       นส.เพ็ญศรี  เพิกไพบูลย์   ม.6/8  เลขที่ 19(เลขที่ใหม่ค่ะ)

                                                                                      http://www.suriyothai.ac.th/node/1859