สำนวนสุภาษิต




สำนวน
คือหมู่คำที่ไพเราะคมคาย เป็นคำพูดสั้นๆ กะทัดรัด แต่มีความหมายกว้างขวางลึกซึ้งชวนให้คิดในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.. 2525 ให้ความหมายว่า ถ้อยคำ ที่เรียบเรียงโวหาร บางทีก็ใช้ว่าสำนวนโวหาร เช่น สารคดีเรื่องนี้สำนวนโวหารดี ความเรียง เรื่องนี้ โวหารลุ่มๆ ดอนๆ : ถ้อยคำหรือข้อความที่สืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตัว

หรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ เช่น

ผักชีโรยหน้า = การทำความดีเพียงผิวเผิน
คลุมถุงชน = จับชายหญิงที่ไม่ได้คุ้นเคยรู้จักกันมาก่อนแต่งงานกัน
แจงสี่เบี้ย = อธิบายละเอียดชัดเจน
หนามยอกอก
= แทงใจอยู่ตลอดเวลา, แสลงใจ
หมาเห่าใบตองแห้ง = คนที่พูดเอะอะทำทีว่าเก่งกล้า แต่ไม่เก่งจริง
ตีหน้าตาย
= ทำหน้าเฉยๆ เหมือนไม่มีความรู้สึกหรือรู้เรื่อง
ก้างขวางคอ = เข้าไปขัดขวาง
เกลือจิ้มเกลือ
= เค็มต่อเค็มเข้าหากัน
คมในฝัก = มีความรู้ความสามารถแต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็ไม่แสดงออกมาให้ ปรากฏ
น้ำท่วมปาก
= พูดไม่ได้เพราะเกรงจะมีผลกระทบต่อตัวเองหรือคนอื่น ไม่สามารถ พูดได้เพราะความจำเป็นบางอย่าง
ทำนาบนหลังคน = หาประโยชน์ใส่ตน ด้วยอาศัยเบียดเบียนจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่น
ตัดหางปล่อยวัด
= ตัดขาดไม่เกี่ยวข้องด้วย, ไม่เอาเป็นธุระอีกต่อไป
ถ่านไฟเก่า = หญิงชายที่เคยได้เสียหรือรักกันมาก่อนภายหลังได้มาใกล้ชิดกันอีกก็ อาจจะทำให้เกิดความรักกันขึ้นได้
สู้ยิบตา = สู้ไม่ถอย, สู้จนถึงที่สุด
ช้างเท้าหลัง
= หญิงเป็นผู้ตาม
ไฟสุมขอน = มีความทุกข์ร้อนรุมอยู่ภายในใจ
ปากหอยปากปู = ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น
2

                         คำพังเพย คือกลุ่มคำที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ มีลักษณะติชมหรือแสดงความคิดเห็นอย่างใดอย่าง หนึ่ง เพื่อเตือนให้คิดในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525 ให้ความหมายว่า คำที่กล่าวไว้ให้ตีความหมายเข้ากับเรื่องเช่น

ใกล้เกลือกินด่าง = ไม่รู้ค่าของดีที่อยู่ใกล้ตัว กลับไปแสวงหาสิ่งอื่นที่ด้อยกว่า
กิ้งก่าได้ทอง
= เย่อหยิ่งเพราะได้ดี หรือมีทรัพย์ขึ้นเล็กน้อย
เกลือเป็นหนอน = คนในบ้านเองคิดคดต่อเจ้าของบ้านโดยทำเรื่องไม่ดีขึ้น
แกว่งเท้าหาเสี้ยน
= รนหาเรื่องเดือดร้อน
อ้อยเข้าปากช้าง = สิ่งของหรือเงินให้คนอื่นไปแล้ว เอาคืนได้ยาก
กำปั้นทุบดิน
= ส่งเดชอย่างขอไปที
ย้อมแมวขาย = หลอกลวงเอาง่าย ๆ โดยเอาของไม่ดีมาตกแต่งเสียใหม่ให้หลงเชื่อว่าดี
ไม้งามกระรอกเจาะ
= หญิงงามมักไม่บริสุทธิ์
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม = ใช้ความพยายามเต็มกำลังไม่ท้อถอย
ปิดทองหลังพระ
= ทำความดีที่ไม่ปรากฏให้คนเห็น แล้วไม่ได้รับความยกย่องเพราะไม่มี ใครเห็นคุณค่า
ข้าวใหม่ปลามัน
= กำลังมีความสุขหลังจากแต่งงานใหม่ ๆ , อะไรเป็นของใหม่ก็ถือว่าดี
จับปลาสองมือ = ทำสองฝักสองฝ่าย ไม่แน่นอน
ตัดไฟหัวลม
= ตัดต้นเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม
เส้นผมบังภูเขา = เรื่องง่ายๆ แต่คิดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาบังอยู่
ถ่มน้ำลายรดฟ้า
= ประทุษร้ายต่อสิ่งที่เหนือตนแล้วตนกลับจะต้องได้รับผลร้ายเอง
ชิงสุกก่อนหาม = รีบทำในสิ่งที่ไม่ถึงเวลาอันสมควร
ปั้นน้ำเป็นตัว = โกหกเสกสรรปั้นแต่งเรื่องที่ไม่มีมูลให้เป็นเรื่องได้

                          สุภาษิต คือคำกล่าวที่ดีงามมีความหมายลึกซึ้ง เป็นคติสอนใจ อ่านแล้วเข้าใจได้โดยไม่ต้อง

แปลความหมายคำว่าสุภาษิตในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525“ ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบกันมาช้านานแล้ว มีคติสอนใจเช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาม = ทำอะไรอย่าผลุนผลัน แล้วจะได้ผลดี

3 ช้างสาร งูเห่า ข้าเก่าเมียรัก = สิ่งเหล่านี้ท่านสอนว่าอย่าไว้ใจ เพราะอาจทำอันตรายเรา เมื่อไรก็ได้ ถือเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด
ดูช้างให้ดูหางดูนางให้ดูแม่
= ช้างดีหางจะสวย แม่ดีลูกสาวก็ดีด้วย
ปลาหมอตายเพราะปาก = พูดพล่อยไป จนตนเองต้องได้รับอันตรายจากเรื่องพูดนั้น
น้ำขึ้นให้รีบตัก
= มีโอกาสทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ตนให้รีบทำ
วัวหายล้อมคอก = เกิดเรื่องเสียหายขึ้นแล้ว จึงป้องกันภายหลัง
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
= ลูกย่อมมีนิสัยไม่ต่างกับพ่อแม่
น้ำนิ่งไหลลึก = คนที่ไม่ค่อยพูด มักมีอุบายลึกซึ้ง

                            อุปมาอุปไมย คือโวหารของไทยชนิดหนึ่ง ใช้ในการเปรียบเทียบของสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อต้องการให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น สิ่งที่ยกมาเปรียบเทียบเรียกว่า อุปมา สิ่งที่ต้องอาศัยสิ่งอื่นมาเปรียบ เทียบ เรียก อุปไมย ส่วนในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525 ให้ความหมายว่า สิ่งหรือข้อความที่ยกมาเปรียบ, มักใช้คู่กับอุปไมย และอุปไมยหมายถึงสิ่งหรือข้อความที่พึงเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้ง คู่กับอุปมาเช่น

ลื่นเป็นปลาไหล รกเป็นรังหนู ลามเป็นขี้กลาก

คิ้วโกงดังคันศร โง่เหมือนควาย ดำเหมือนถ่าน

ผิวขาวเหมือนไข่ปอก ผอมเป็นกุ้งแห้ง สวยเหมือนนางฟ้า

คันเหมือนตำแย งงเป็นไก่ตาแตก พูดเป็นต่อยหอย

เค็มเหมือนเกลือ หน้าบานเป็นใบบัว ตาโตเท่าไข่ห่าน

ไวอย่างลิง ใจดำเหมือนกา สมกันราวกิ่งทองใบหยก

สาเหตุการเกิดสำนวนไทย

1. เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ตื่นแต่ไก่โห่

2. เกิดจากการกระทำ เช่น กำปั้นทุบดิน แกว่งเท้าหาเสี้ยน จุดไต้ตำตอ

3. เกิดจากศาสนา เช่น ผ้าเหลืองร้อน ตักบาตรถามพระ คว่ำบาตร

4. เกิดจากนิทาน ตำนาน นิยาย พงศาวดาร เช่น กระต่ายตื่นตูม กบเลือกนาย ไก่ได้พลอย

กิ้งก่าได้ทอง

5. เกิดจากแบบแผนประเพณีและความเชื่อต่าง ๆ เช่น ผีเจาะปาก กงเกวียนกำเกวียน

6. เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ตกกระไดพลอยโจน เอามือซุกหีบ น้ำเชี่ยวขวางเรือ

7. เกิดจากความประพฤติ เช่น ตำข้าวสารกรอกหม้อ ชักใบให้เรือเสีย ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

8. เกิดจากการเล่นต่างๆ หรือกีฬา เช่น ไก่รองบ่อน จับแพะชนแกะ ไม่ดูตาม้าตาเรือ

9. เกิดจากอวัยวะ เช่น ปากบอน กำปั้นทุบดิน กระดกร้องได้ ตีนแมว
                                                            
                                                                 แบบทดสอบ

1. ข้อสรุปของใจความกลอนบทนี้ตรงกับข้อใด

ความเจริญและความฉิบหายนั้น

ที่เกิดมันไม่มาก เท่าปากหู

อ้ายหูติ นั่นก็เปล่าแต่เจ้าชู้

จมูกรู้แต่ก็สูด พูดไม่เป็น

. ปากว่าตาขยิบ ข. พูดด้วยปากถากด้วยตา

. ปลาหมอตายเพราะปาก ง. ปากคนยาวกว่าปากกา

2. คำพังเพยในข้อใด มีความหมาย ต่างกันไป คนละทาง

. สีซอให้ควายฟัง กับ ตักน้ำรดหัวตอ
. ขี่ช้างจับตั๊กแตน กับ ฆ่าช้างเอางา
. กินปูนร้อนท้อง กับ วัวสันหลังหวะ
. ใกล้เกลือกินด่าง กับ เสียดายเกลือเนื้อเน่า

3. สำนวนในข้อใดเน้นเรื่องการปรับตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะ
. กาในฝูงหงส์
. เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง

. เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด
. เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

4. จงเติมข้อความที่ถูกต้องลงใน คำพังเพยต่อไปนี้ เรือล่มในหนอง.........”

. ทองจะไปไหน

. เงินทองจะไปไหน

. ข้าวของจะไปไหน
. เจ้าของจะไปไหน

5. คำพังเพยในข้อที่ผ่านมามีความหมายว่าอย่างไร
. คนในเครือญาติทำงานในบริษัทเดียวกันเมื่อบริษัทล้มละลาย ความหายนะก็ต้องตกอยู่

กับตัวเอง

. คนในเครือญาติทำงานบริษัทเดียวกันเมื่อบริษัทเจริญรุ่งเรือง ก็พลอยได้ประโยชน์ด้วย

. คนในเครือญาติที่ทำงานในบริษัทเดียวกัน แต่งงานกันแล้ว ผลประโยชน์ไม่ตกเป็นของผู้อื่น

. คนในเครือญาติแต่งงานกัน ทรัพย์มรดกไม่ตกไปอยู่กับผู้อื่น

อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม 3 ข้อถัดไป

การเมืองเรื่องง่ายทำให้ยาก เพราะลำบากตรงปัญหาที่หาไม่

แต่ความอยากเป็นล้นพ้นไป บ้านเมืองจึงมิได้เคยอยู่ดี

อันตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ ก็จะมักชักพาปัญญาหนี

ยิ่งเงินถุงเงินถังพวกมั่งมี ยิ่งจะชี้ถูกผิดวิปริตไป

6. คำพังเพย ข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับคำประพันธ์ข้างต้นมากที่สุด
. กบอยู่ในกะลาครอบ
. เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

. โง่แล้วอวดฉลาด
. กิ้งก่าได้ทอง

7. น้ำเสียงของคำประพันธ์ข้างต้น ตรงกับข้อใด

. เสียดสี
. ประชดประชัน
. ตำหนิติเตียน
. เย้ยหยัน

8. ข้อใดคือทรรศนะของผู้ประพันธ์
. การเมืองไทยจะดีถ้ามีนักการเมืองฉลาด
. เงินทำให้คนโง่ได้

. บ้านเมืองวุ่นวายเพราะ ส..
. ผู้มีอำนาจมีเงินมักทำสิ่งที่ผิด

9. สำนวนในข้อใด เป็นประโยคได้

. ไม้ใกล้ฝั่ง
. ศึกหน้านาง
. ปลาข้องเดียวกัน
. หอกข้างแคร่

10. สำนวนคู่ใดมีความหมายต่างกัน

. ปากหวานก้นเปรี้ยว ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ

. ไม่มีไฟไม่มีควัน ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้
. ช้าเป็นการนานเป็นคุณ ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงาม
. ร้อยลิ้นกะลาวน มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก

11. ข้อใดใช้สำนวนไม่เหมาะสม

. เมื่อธุรกิจล้มก็เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านไปก่อน อย่างน้อยก็พอจะมีรายได้บ้าง อย่าเพิ่งท้อแท้

สักวันก็จะเงยหน้าอ้าปากได้

. เรื่อง กินอยู่ด้วยกัน โบราณว่าเหมือนลิ้นกับฟัน ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง

ขิงก็รา ข่าก็แรง เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

. ถ้าคุณเหยียบเรือสองแคม ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกซื้อเสื้อแบบใด ใครก็ช่วยเหลือคุณ

ไม่ได้ เพราะลางเนื้อชอบลางยา

. คุณควรทำงานที่เหมาะสมกับกำลังความสามารถของตนเหมือนนกน้อยทำรังแต่พอตัว

หากทำงานที่เกินกำลังความสามารถ จะเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา

12. ข้อใดใช้สำนวนไทยได้ ถูกต้อง

. โรงเรียนกวดวิชาในเมืองไทยเปิดสอนกันอุ่นหนาฝาคั่ง. ผู้บริโภคควรได้รู้จักสินค้าชนิดแบบถึงเนื้อถึงตัว
. การสร้างความเข้มแข้งของชุมชน เป็นงานยากดั่งเข็นครกขึ้นภูเขา

. เรื่องการเอาผิดกับผู้บริหารไฟแนนซ์ ดูเหมือนจะล้มลุกคลุกคลาน1

3. สำนวน ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลังควรใช้ในสถานการณ์ใดมากที่สุด. ให้กำลังใจเพื่อนที่ผิดหวังจากการสอบกลางภาค
.
ให้กำลังเพื่อนที่ต้องการลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปต่างประเทศ . ให้กำลังใจเพื่อนที่ถูกหลอกไปขายแรงงานที่ต่างประเทศ
. ให้กำลังใจเพื่อนที่ประสบปัญหาในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน

14. ข้อใดเป็น สำนวน ได้ทุกคำ

. แตกแถว ฟันธง โต้คลื่น
. เว้นวรรค ปัดฝุ่น ไฟเขียว

. เดินเข่า ขุดทอง ใต้โต๊ะ
. ตกเขียว ให้เสียง ทางลัด1

15. ความหมายของสำนวนคู่ใด ต่างจาก ข้ออื่น

. คนเกลียดทั้งพรรค คนรักทั้งเมือง
. คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
. สามีบกพร่องโดยสุจริต ภรรยาผิดอย่างมีคุณธรรม
. สังคมเลวทำให้คนเป็นผี สังคมดีทำผีให้เป็นคน

16. ข้อความต่อไปนี้ตรงกับสำนวนใดมากที่สุด

เขาเป็นคนหน้าตาดี แต่งตัวเรียบร้อย ท่าทางสุภาพบุรุษ แต่ดุร้ายใจอำมหิต สามารถทำ ร้ายคนได้ 

. หน้าซื่อใจคด
. หน้าเนื้อใจเสือ
. หน้าไหว้หลังหลอก
. ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก

17. สำนวนข้อใดมีความหมาย เหมือนกัน

. กินปูนร้อนท้อง กินน้ำเห็นปลิง
. ตัดไม้ข่มนาม ตัดหนามอย่าไว้หน่อ
. ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า
. ตักน้ำรดหัวตอ สีซอให้ควายฟัง

18. สำนวนในข้อใดไม่ถูกต้อง

. พอแจ๋วได้เงินแล้วเธอก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย. เสี้ยวจะขอเงินคืนคงไม่ได้ เพราะอ้อยเข้าปากช้างแล้ว
. ปีนี้พนักงานธนาคารถูกลอยแพอีกหลายสิบคน
. โต้งมักแผงฤทธิ์กับพ่อเสมอเพราะมีแม่คอยถือหาง

19. ข้อใดใช้คำพังเพย ไม่ถูกต้อง

. เขาพูดเอะอะเหมือนเจ๊กตื่นไฟ
. เขาตกใจวิ่งไปเหมือนกระต่ายตื่นตูม

. ผู้คนเฝ้ามองเขาเป็นตาสับปะรด
. เขาซุกซนจนตาเป็นกุ้งยิง

20. คำว่า ตาในข้อใด ไม่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน

. เขาถูก ตบตาเข้าอย่างจัง จนรู้สึกอายมาก
ข.
เขาขึ้น ชกมวยในครั้งนี้ เพื่อนเป็นการล้างตากรรมการ
. พอถึงตาเขาทุกอย่าง ก็สายไปเสียแล้
. การประดับไฟของเขาเข้าตาเจ้าของเผงเลย

สร้างโดย: 
ครูวณิชชา