ปริมาณสารสัมพันธ์



ปริมาณสารสัมพันธ์

ปริมาณสารสัมพันธ์ (stoichiometry)  มาจากภาษากรีก 2  คำ คือ Stoicheion และ  Metron
         • Stoicheion  หมายถึง  ธาตุ
         • Metron  หมายถึง  การวัด
         stoichiometry  หรือ ปริมาณสารสัมพันธ์ จึงหมายถึง การวัดปริมาณของสารต่าง ๆ โดยเฉพาะปริมาณของสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทั้งของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์
         ในบทที่ 1  ได้กล่าวถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมวลสารและพลังงานไว้แล้ว ได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของระบบทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและทางกายภาพ รวมทั้งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  สำหรับในบทนี้จะได้ศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี  โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับมวลของสาร  เช่น  กฏทรงมวล  กฏสัดส่วนคงที่  โมล  มวลอะตอม  มวลโมเลกุล  สูตรเคมี  และสมการเคมี  เป็นต้น
        นิยามที่เกี่ยวข้องกับปริมาณสารสัมพันธ์ 
        เพื่อที่จะเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณสารสัมพันธ์  จึงควรจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับนิยามต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปริมาณสารสัมพันธ์  เช่น  สมมติฐาน  กฏ  และทฤษฎี  เป็นต้น
        สมมติฐาน  (Hypothesis)   หมายถึง  ข้อความที่แสดงแนวความคิดเพื่ออธิบายความจริงที่ได้จากการทดลอง หรือเพื่อทำนายผลที่เกิดจากการทดลอง  ข้อความดังกล่าวจะยังคงเป็นสมมติฐานอยู่โดยตลอดตราบเท่าที่ข้อมูลจากการทดลองยังสอดคล้องกับแนวความคิดนั้น  แต่ถ้าข้อมูลจากการทดลองขัดแย้งต่อแนวความคิดดังกล่าว  สมมติฐานจะใช้ไม่ได้
        ทฤษฎี (Theory)  หมายถึง  สิ่งที่พัฒนามาจากสมมติฐาน  ถ้าข้อความที่กำหนดขึ้นเป็นสมมติฐานสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการทดลองซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยไม่มีข้อขัดแย้ง สมมติฐานนั้นจะกลายเป็นทฤษฎี
        กฎ  (Law)  หมายถึง  สิ่งที่พัฒนาต่อมาจากทฤษฎี  ถ้าใช้ทฤษฎีอธิบายความจริงจากการทดลองได้อย่างถูกต้องและแสดงผลออกมาได้โดยปราศจากข้อสงสัย  ไม่ว่าจะทดลองด้วยวิธีการใด  ทฤษฎีนั้นจะพัฒนากลายเป็นกฎ  กล่าวได้ว่า  กฎ คือ หลักความเป็นจริงตามธรรมชาติซึ่งสามารถจะทดลองให้เห็นหรือแสดงให้ดูเป็นตัวเลขได้
 อย่างไรก็ตามทั้งสมมติฐาน  ทฤษฎี  และกฎ  สามารถจะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้  เมื่อมีสิ่งที่ดีกว่า  หรือเมื่อไม่สามารถจะอธิบายผลการทดลองได้  นอกจากนี้สมมติฐานหรือทฤษฎียังสามารถที่จะพัฒนาเปลี่ยนเป็นกฎได้เมื่อเป็นที่ยอมรับกัน  เช่น  สมมติฐานอาโวกาโดร  ซึ่งใช้อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของก๊าซ  ในปัจจุบันได้มีการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ จนยอมรับกันว่าเป็น  “กฎอาโวกาโดร”  แล้ว
 มวลของสาร  เป็นสมบัติเฉพาะตัวของสาร  มีค่าคงที่เสมอ  โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาวะและสถานที่  ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด  และไม่ว่าจะมีอุณหภูมิหรือความดันเท่าใดก็ตาม  มวลของสารจะต้องมีค่าคงที่
         น้ำหนักของสาร  เป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารเช่นเดียวกัน  แต่น้ำหนักมีค่าไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับแรงดึงดูดของโลกที่มีต่อสารนั้น  เนื่องจากแรงดึงดูดของโลกมีคาแตกต่างกันตามตำแหน่งต่าง ๆ บนผิวโลก ดังนั้นน้ำหนักของวัตถุก้อนเดียวกันจึงสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามแรงดึงดูดของโลกที่มีต่อวัตถุก้อนนั้น  หรือตามระยะทางที่วัตถุก้อนนั้นอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก  ถ้าแรงดึงดูดมากน้ำหนักจะมาก  และถ้าแรงดึงดูดน้อยน้ำหนักจะน้อย
          อย่างไรก็ตามน้ำหนักของสารเป็นปฎิภาคโดยตรงกับมวลของสาร  และโดยทั่ว ๆ ไปพบว่าน้ำหนักของสารและมวลของสารมีค่าใกล้เคียงกันมากจึงถือว่าน้ำหนักของสารและมวลของสารสามารถใช้แทนกันได้

สร้างโดย: 
ครูกุลรณี