ครูชั้นเทพ


ครูชั้นเทพ


     ในวรรณคดี  กล่าวถึง  สังคมเทพ  หรือบนสวรรค์  ซึ่งก็คล้าย ๆ กันกับสังคมในโลกมนุษย์  มีเทวดาหลายชั้นหลายระดับ  มีลักษณะนิสัย  และสถานภาพต่าง ๆ กัน  ในบรรดาเทพเหล่านี้  ก็มีอยู่หลายองค์ที่ได้รับนับถือเป็นครู  เรียกว่า  เป็นเทพชั้นครู  หรือครูชั้นเทพ  เช่น  พระพฤหัสบดี  พระพิฆเณศวร์  พระสรัสวดี
    
    พระพฤหัสบดี 

      คนไทยรู้จักชื่อ  พระพฤหัสบดี  เนื่องจากเป็นชื่อวันหนึ่งในสัปดาห์  แต่ก็อาจมีบางคนไม่รู้ว่า  ชื่อของแต่ละวันในสัปดาห์นั้นมาจากชื่อเทวดา  ซึ่งก็กลายมาเป็นชื่อ  ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ได้แก่  พระอาทิตย์  พระจันทร์  พระอังคาร  พระพุธ  พระพฤหัสบดี  พระศุกร์  และพระเสาร์

     พระพฤหัสบดี  เป็นชื่อดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด  รองลงมาจากดวงอาทิตย์  ซึ่งก็แสดงให้เห็นสถานภาพของพระพฤหัสบดีในสังคมของเทพทั้งหลาย  เนื่องจากพระพฤหัสบดีนั้นเป็นเทพปุโรหิต   พระพฤหัสบดี  เป็นเทวดาที่มีบุคลิกภาพเป็นผู้หลักใหญ่  มีความรอบรู้ในสรรพวิทยาการ  เป็นครูของบรรดาเทวดาทั้งหลายเป็นอันมาก  ส่วนลูกศิษย์คนสำคัญของพระพฤหัสที่คนไทยคุ้นเคยกันดี  ก็คือพระอินทร์  
 
    ด้วยเหตุที่พระพฤหัสบดีเป็นเทพชั้นครูนี่เอง  ทำให้ถือกันว่า  วันพฤหัสบดีเป็นวันครู  ในการทำพิธีไหว้ครูมักทำในวันพฤหัส  โดยมีความเชื่อว่า  “เรียนสิ่งใดวันพฤหัสสวัสดี” หมายความว่า  ถ้าจะเริ่มเรียนอะไร  ให้เริ่มวันพฤหัส  ก็จะประสบความสำเร็จ
 
    รูปพระพฤหัสบดี  เป็นรูปเทพฤาษี  สีกายเป็นสีแก้วไพฑูรย์  (สีเขียวมีน้ำเป็นรุ้ง) พาหนะ คือกวางทอง  อาภรณ์ใช้แก้วมุกดาหาร  มือถือกระดานชะนวน
    
     พระคเณศวร์


     พระคเณศวร์  หรือพระพิฆเณศวร์  เป็นเทพแห่งความรู้  ความหมายของ  วิฆเณศวร์  หรือพิฆเณศวร์  แปลว่า  หัวหน้านำคณะข้ามความขัดข้อง 

     ตามประวัติว่าพระคเณศวร์  เป็นโอรสของพระอิศวร  กับพระอุมา  แต่เนื่องจากเกิดความผิดพลาดบางประการ  ซึ่งมีอยู่หลายตำรา  หลายสาเหตุ  สาเหตุที่ได้ยินกันมากหน่อยก็คือ  พระนารายณ์เกิดอารมณ์เสียที่ถูกปลุกให้ไปงานโสกันต์ของพระคเณศวร์  เลยหลุดปากว่า “ลูกหัวหาย” ทำให้เศียรของพระคเณศวร์หลุดหายไป  ต้องวุ่นวายหาเศียรมาต่อ  จนท้ายที่สุดได้แต่หัวช้างมาต่อให้แทน  ทำให้พระคเณศวร์กลายเป็นเทพที่มีเศียรเป็นช้าง  แถมเมื่อโตขึ้น  ยังถูกยักษ์ชื่อปรศุรามเอาขวานขว้างถูกงาหักไปอีกข้างหนึ่ง  พระนารายณ์จึงประทานพรเพื่อเป็นการชดเชยให้  โดยให้พระคเณศวร์เป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการทั้งปวง  และเป็นเทพผู้บันดาลความสำเร็จด้วย 
 
    กล่าวกันว่า  พระคเณศวร์เป็นผู้เขียนคัมภีร์มหาภารตะ  จากวาจาของพระฤาษี  วยาส  จึงนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการรจนาหนังสือ  หรือการประพันธ์ด้วย  ดังนั้น  ผู้ที่จะเรียนวิชาความรู้ต่าง ๆ   โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับศิลปะและงานหนังสือ   จึงมักนับถือพระคเณศวร์เป็นครูชั้นเทพ  เวลาจะเริ่มเรียน  เริ่มงาน  ก็มักจะทำไหว้พระคเณศวร์  เพื่อความเป็นสิริมงคล  และขอให้ประสบผลสำเร็จราบรื่น  ปราศจากอุปสรรค

     ลักษณะของพระคเณศวร์  รูปกายเป็นมนุษย์  อ้วนเตี้ย  ท้องพลุ้ย  หูยาน  มีเศียรเป็นช้าง   มีงาข้างเดียว  สีกายแดง  มี ๔ กร  ถือบาศ (บ่วง) และขอช้าง  ส่วนมืออื่นถือเทพศาสตรา  เช่น วัชระบ้าง  ดอกบัวบ้าง  สังข์บ้าง  คธาบ้าง  พาหนะได้แก่  หนู
    
     พระสรัสวดี


     พระสรัสวดี  หรือ สุรัสวดี  เป็นชายาของพระพรหม  นับถือกันว่าเป็นเทพผู้อุปถัมภ์การศึกษา  พระพรหมเป็นผู้สร้างพระสรัสวดีขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้ช่วยสร้างโลก  พระสรัสวดีได้ช่วยพระพรหมสร้างสรรพสิ่งต่าง ๆ ในโลก รวมทั้งเป็นผู้เริ่มคิดตัวอักษรเทวนาครี  และภาษาสันสกฤต  ทั้งพอพระทัยอุปถัมภ์ในทางอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วย  นอกจากนั้น  บางตำรายังว่า  พระสรัสวดี  เป็นเทพแห่งดนตรี  และบางตำราก็ว่าเป็นเทพผู้ให้กำเนิดน้ำอันบริสุทธิ์  สำหรับให้ความชุ่มชื่น  เพื่อความผาสุกหรือความสมบูรณ์ของพันธุ์รุกขชาติ  และสรรพสัตว์ 

     รูปลักษณ์ของพระสรัสวดี  มีพระสิริโฉมงดงาม  สีกายขาวผ่อง  มีอาภรณ์แก้วขาว (เพชร) สวมรัดเกล้า  มี ๔ กร  ถือ พิณ (ดนตรี)  ดอกบัว  ถ้วยน้ำ (ให้กำเนิดน้ำ)  และคัมภีร์ (ความรู้) มักประทับบนแท่นดอกบัวหรือประทับบนหลังนกยูง  หรือบางทีก็ว่าใช้หงส์เป็นพาหนะ

 
สร้างโดย: 
รัตนา สถิตานนท์