รามเกียรติ์



คุณค่าด้านความรู้
ด้านวัฒนธรรมและประเพณี
   บทละครเรื่องรามเกียรติ์ตอนหนุมานเผากรุงลงกา ได้สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีหลายประการ เช่น
 -ประเพณีการเข้าเฝ้า
            ต่างตนน้อมเศรียรอภิวาทน์        พระตรีภูวนาถทรงศร
 หมอบอยู่หน้าหมู่วานร                        คอยฟังภูธรบัญชา
 -ประเพณีการจัดทัพและการตั้งค่าย มีพิธีการจัดกระบวนทัพและการตั้งค่ายเป็นแบบต่างๆ เช่น เป็นรูปพยาวานร รูปมังกร รูปเขื่อน เป็นต้น การตั้งค่ายเป็นสิ่งสำคัญในการสงครามเพราะเป็นที่ตั้งของกองทัพ มีการตั้งค่ายชั้นนอก ชั้นใน ตลอดจนที่ประลองอาวุธเพ่อให้ทหารเกิดความฮึกเหิม มีความชำนาญในการรบ ส่วนการรักษาความปลอดภัย จะจัดเป็นกองลาดตระเวน และนั่งยามดูแลรักษาความปลอดภัยของกองทัพเป็นรูปมังกรเกี่ยวกันตามตำราพิชัยสงคราม 
             ทัพหน้าเกณฑ์ให้นิลนน          คุมพลสิบสมุทรเป็นนายใหญ่
 ทัพหนุนองคตฤทธิไกร                       คุมพลสิบสมุทรวานร
 เกียกกายคำแหงหนุมาน                     คุมทหารสิบสมุทรชาญสมร
 ทัพหลวงโยธาพลากร                        ซับซ้อนยี่สิบสมุทรตรา
 ยกกระบัตรนิลพัทชาญยุททธ์                คุมพลสิบสมุทรแกล้วกล้า
 กองขันสิบสมุทรโยธา                        นิลราชศักดาบัญชาการ
 กองหลังนิลเอกคุมไพร่                       นับได้เจ็ดสมุทรทวยหาญ
 รายเรียงเพียบพ้นสุธาธาร                    เสียงสะเทื้อนสะท้านเป็นโกลี
 -การแสดงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ  มีการสะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษหลายประการ คือ
  การใช้อาวุธในการสงคราม เช่น ดาบ โล่ ง้าว ปืน ธนู โตมร เป็นต้น นอกจากนี้กวียังได้สอดแทรกให้เห็นสภาพสังคมไทยในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน เช่น
           รู้ว่าสมโภชธานี                     ต่างตนยินดีเกษมสันต์
 แต่งตัวผัดหน้าใส่น้ำมัน                      ชวนกันมาดูวุ่นไป
  หรืออีกตอนหนึ่งกล่าวว่า
           บัดนั้น                                ฝ่ายหมู่อสุราน้อยใหญ่
 บ้างกินเหล้ากินแกล้มวุ่นไป                 เมามายไม่สมประดี
 บ้างเต้นบ้างรำทำเพลง                      ตบมือโฉงเฉงอึงมี่
 อื้อฉาวไปทั้งธานี                             อสุรีชื่นชมปรีดา