กรุงเทพฯต้องการด่วน...'พื้นที่สีเขียว'


รูปภาพของ webmaster
กรุงเทพฯต้องการด่วน...'พื้นที่สีเขียว'
วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน 2554 เวลา 0:00 น 

ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้วสำหรับโครงการประกวดต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา โดยกลุ่มบิ๊กทรี จัดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2545 เปิดให้ประชาชนส่งภาพต้นไม้ใหญ่พร้อมข้อมูล ภายใต้แนวคิด “ต้นไม้มหานคร” เข้าประกวด โดยพิจารณาผลการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในประเภทที่ 1 ต้นไม้ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร (มีเส้นรอบวงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป)  และประเภทต้นไม้ที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร (มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป)  ผลการตัดสินปรากฏว่าประเภทที่ 1 คือต้น “ไทรย้อย” (ขนาดเส้นรอบวง 16.5 เมตร) ในโรงเรียนพระรามหกเทคโนโลยี ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ “ต้นกร่าง” (ขนาดเส้นรอบวง 15.67 เมตร) ตั้งอยู่ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 57 
   
รองชนะเลิศอันดับ 2 ต้นไทร (ขนาดเส้นรอบวง 13.77 เมตร) ขึ้นอยู่บนเชิงสะพานบางขุนเทียน ถนนจอมทอง ส่วนประเภทต้นไม้ที่สูงสุดในกรุงเทพฯ คือ “ต้นยางนา” (สูง 33.24 เมตร)  อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “ต้นโพธิ์” (สูง 30.18 เมตร) สถานที่ตั้งอยู่ในสุดซอยมังกร 2 ถนนมังกร  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ “ต้นสมพง” (สูง 30.03 เมตร) อยู่ในโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ถนนวิทยุ ประเภทที่ 3 ต้นไม้ที่สมบูรณ์สุดในกรุงเทพมหานคร โดยวัดจากโหวตในสังคมออนไลน์ ปรากฏว่า “ต้นประดู่”  ในโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย  ในซอยเจริญกรุง 57 ถนนเจริญกรุง คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยผลโหวต 828 คะแนน และ “ต้นมะฮอกกานี” ในถนนหลัก หมู่บ้านนวธานี ถนนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ   ด้วยคะแนน 229 คะแนน และ “ต้นจามจุรี” ในบ้านเลขที่ 212 ซอยรามอินทรา 46 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ส่วน “ต้นไทร” บริเวณปากซอยวิภาวดี 29 ริมทางคู่ขนานวิภาวดีรังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2
   
สำหรับประเภทต้นไม้ทรงคุณค่าที่สุดในกรุงเทพมหานครที่คัดเลือกโดยการโหวตเช่นกันคือ “ต้นไกร” ในธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย ถนนโยธา และ “ต้นโพธิ์” บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (รัชโยธิน) ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ขณะที่ต้นไทรในสวนวชิรเบญจทัศ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
   
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลจะถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือ 100 ต้นไม้มหานคร (100 Bangkok Big Trees) เพื่อบันทึกไว้เป็นหน้าประวัติศาสตร์และเผยแพร่ให้ประชาชนต่อไป
   
นายไชยา กัญญาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ฯ กล่าวถึงต้นยางนา ที่ได้รับรางวัลต้นไม้สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ว่า ต้นไม้ที่อยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะอยู่ในวัดเนื่องจาก รร.ได้ใช้พื้นที่วัด เข้าใจว่าต้นไม้อายุขนาดเท่ากับต้นยางนี้มีอยู่ในพื้นที่ชุมชนแถวนั้น แต่บางต้นถูกตัดโค่นไปบ้าง
     
น.ส.สุชญา วรธำรง ในฐานะส่งเข้าประกวดต้นไม้ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทต้นไม้ที่สูงสุดในกรุงเทพฯ เล่าว่า ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้อยู่ในที่ดินของเธอแต่เป็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของโกดังเก็บของของเพื่อนบ้านซึ่งน่าจะมีอายุมากว่า 40 ปี  สูงเท่ากับตึก 7 ชั้น ก่อนหน้านี้เจ้าของที่ดินพยายามจะโค่นทิ้งเพื่อจะให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่ม แต่ชุมชนทักท้วงไว้ว่าเป็นต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ทำให้เจ้าของไม่กล้าโค่นและสร้างโกดังเต็มพื้นที่ แต่เว้นช่วงต้นโพธิ์ไว้
     
ตัวแทนจากชมรมถ่ายภาพ สโมสรธนาคารไทยพาณิชย์ เล่าว่าต้นไกรที่ได้รับรางวัลต้นไม้ทรงคุณค่า มีอายุกว่า 100  ปี ต้นไกรเกิดก่อนธนาคารไทยพาณิชย์ ขณะที่สาขานี้ก่อตั้งเมื่อปี 2452  มีขนาด 10 คนโอบความสูงเท่ากับตึก 5 ชั้น ส่วนต้นโพธิ์หน้าสำนักงานใหญ่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ นำมาจากปราจีนบุรี เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ต้นโพธิ์นี้มีทรงพุ่มที่เด่นสง่าหน้าธนาคารและพระบรมรูปอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ทำหน้าที่ให้ร่มเงาให้กับผู้ที่ทำงานแถวนั้น และใบโพธิ์ยังเป็นสัญลักษณ์ของธนาคาร
           
พงศ์พรหม ยามะรัต ประธานกลุ่มบิ๊กทรี  กล่าวว่า ถ้าไม่นับประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเทศทะเลทราย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่สีเขียวเพียง 3 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ขณะที่พื้นที่สีเขียวตามมาตรฐานสากลอยู่ที่ 39 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน สังเกตได้จากไลเคน พืชบ่งบอกสภาพความชื้นของกรุงเทพฯ หายไป หรือเมื่อย้อนไปดูรูปในอดีตคนในกรุงเทพฯ ไม่เป็นสิว เพราะเมืองมีต้นไม้จำนวนมาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เช่นการกำหนดให้แต่ละเขต เพิ่มพื้นที่สีเขียวในหน่วยงานราชการและพื้นที่สาธารณะในแต่ละปี รวมทั้งการขยายเมืองต้องคำนึงถึงความยั่งยืนในอนาคตด้วย
       
ประธานกลุ่มบิ๊กทรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองเซี่ยงไฮ้เคยเกิดกรณีเดียวกับกรุงเทพมหานครในขณะนี้ ผลจากการพัฒนาเมืองทำให้พื้นที่สีเขียวหาย ในปี 2490 ผู้บริหารเมืองจึงต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ ภายใน 3 ปีจึงเริ่มดีขึ้นจนเข้าสู่ปีที่ 10 เมืองกลับมามีพื้นที่สีเขียวเพียงพอต่อประชาชนที่อยู่อาศัยตามมาตรฐานโลก
   
“คิดว่าการทำลายพื้นที่สีเขียวเพื่อพัฒนาสิ่งก่อสร้างน่าจะเพียงพอแล้วในกรุงเทพฯ และไม่เห็นด้วยที่จะย้ายต้นไม้จากอีกที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพราะจะไปลดมลพิษให้อีกแห่งแต่ควรเริ่มปลูกต้นไม้ตั้งแต่ต้นเล็กเพื่อรอการเจริญเติบโต”
   
ทั้งนี้ กลุ่มบิ๊กทรี ประกอบด้วยมูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กลุ่มอาสาสมัครฟื้นฟูประเทศไทย ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ทีวีไทย นสพ.มติชน หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  รวมกลุ่มเพื่อต่อต้านการตัดต้นไม้ใหญ่ในเมืองกรุง

ที่มา http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=522&contentID=144498