โครงสร้างสังคม


รูปภาพของ sss27198

องค์ประกอบของการจัดระเบียบสังคม

 
ที่มาของรูป : www.visualtravelguide.net/.../mimg379866559.jpg
1.บรรทัดฐานสังคม (Social Norm)
2.สถานภาพทางสังคม (Social Status)
3.บทบาททางสังคม (Social Role)
4.การควบคุมทางสังคม (Social Control)
องค์ประกอบ 4 ประการที่กล่าวมานี้ เป็นพื้นฐานสำคัญของการจัดระเบียบในสังคมมนุษย์กล่าว คือ สมาชิกในสังคมจะต้องร่วมกันกำหนดแบบแผนพฤติกรรม เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประพฤติปฏิบัติ ในแต่ละสถานการณ์ที่เรียกว่า บรรทัดฐานทางสังคม ซึ่งทำให้การกระทำระหว่างกันทางสังคมของสมาชิกดี ความสอดคล้องกลมกลืนเป็นสมานฉันท์ สมาชิกแต่ละคนที่ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในกลุ่มต่างๆ จะต้องมีตำแหน่งทางสังคมที่เรียกว่า สถานภาพทางสังคม ทำให้เกิดการกระทำตามสิทธิและหน้าที่หรือที่เรียกว่า บทบาททางสังคม นอกจากนี้สังคมจะต้องมีกระบวนการควบคุมสมาชิกให้ประพฤติปฏิบัติตามบรรทัดฐาน ทางสังคมซึ่งเรียกว่า การควบคุมทางสังคม องค์ประกอบของการจัดระเบียบสังคมทั้ง 4 ประการนี้ ทำให้การกระทำระหว่างกันของสมาชิกในสังคมมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมีระเบียบ ซึ่งเป็นผลให้สมาชิกบรรลุถึงสิ่งซึ่งสนองความต้องการของบุคคลแต่ละคน และของสังคมโดยส่วนรวม
บรรทัดฐานทางสังคม (Social Norm)
บรรทัดฐานทางสังคม หมายถึง ระเบียบ กฏเกณฑ์ หรือ แบบแผนของพฤติกรรมที่สังคมยอมรับเป็นแนวทางให้สมาชิกประพฤติปฏิบัติในแต่ละสถานการณ์ จากความหมายของบรรทัดฐานทางสังคมที่กล่าวมานี้ อาจสรุปได้ว่า
1.บรรทัดฐานทางสังคมเป้นระเบียบ กฏเกณฑ์ หรือแบบแผนของพฤติกรรมที่สมาชิกในสังคมยอมรับร่วมกัน และได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อมา การละเมิดไม่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคมย่องถูกผู้อื่นแสดงปฏิกริยาไม่ยอมรับ หรืออาจได้รับโทษหนักเบาตามสภาพพฤติกรรมนั้น เช่น ถูกตำหนิติเตียน ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย เป้นต้น
2.บรรทัดฐานทางสังคมเป็นระเบียบ กฏเกณฑ์ หรือแบบแผนของพฤติกรรม ซึ่งเปนแนวทางให้สมาชิกประพฤติปฏิบัติในแต่ล่ะสถานการณ์ กล่าวคือ แบบแผนของพฤติกรรมที่เห็นว่าถูกต้องในสถานการณ์หนึ่งอาจนำไปใช้ในอีกสถานการหนึ่งไม่ได้ เช่น ในขณะที่เรียนหนังสือ นักเรียนอาจช่วยกันค้นคว้าหาความรุ้ในเนื้อหาที่เรียน แต่ในขณะสอบนักเรียนจะปฏิบัติเช่นนั่นไม่ได้ ดังบรรทัดฐานทางสังคมแต่ล่ะอย่างจึงเหมาะสมไปตามกาลเทศะที่คนในสังคมตกลงร่วมกัน โดยมีบทลงโทษผู้ละเมิดฝ่าฝืนอย่างชัดแจ้ง
ประเภทของบรรทัดฐานทางสังคม จำแนกออกได้ดังนี้
1.วิถีชาวบ้าน (Folkway) หมายถึง แบบแผนความประพฤติที่สมาชิกปฏิบัติด้วยความเคยชินเนื่องจากได้รับการปลูกฝั่งถ่ายทอดมาตั่งแต่วัยเด็กจนเติบใหญ่ ได้แก่ มาตรฐานความประพฤติที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งกาย กิริยามารยาทต่างๆ ทางสังคมในโอกาสต่างๆรวมถึงการดำเนินชีวิตเกี่ยวกับการกินอยู่หลับนอน เช่น การรับประทานอาหารด้วยช้อนส้อม การอาบน้ำวันละ2ครั้ง การนอนบนที่นอนหรือเตียงนอน เป็นต้น แม้ว่านวความประพฤติตามวิถีชาวบ้าน จะไม่กำหนดโทษละเมิดฝ่าฝืนอย่างเข้มงวดแต่ผู้ที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามแนวความประพฤติดังกล่าว ก็จะได้รับกสรติเตียน เยาะเย้ยถากถางหรือการนินทาจากผู้อื่น ทำให้สมาชิกต้องปฏิบัติตามวิถีชาวบ้านของสังคมจนเกิดความเป็นระเบียบ
2. จารีต (Mores) เป็นแบบแผนความประพฤติที่สมาชิกปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆโดยผู้ที่ละเมิดฝ่าฝืนจะได้รับการต่อต้านจากสมาชิกในสังคมอย่างจริงจัง เนื่องจากมีผลกระทบต่อระบบความสัมพันธ์ของสมาชิกเป็นส่วนรวมผู้ที่ฝ่าฝืนจึงถือว่าเป็นผู้ประพฤติผิด จารีตจึงเป็นเรื่องของความผอดชอบชั่วดี และเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงบากกว่าวิถีชาวบ้าน
สังคมแต่ล่ะสังคมจะมีจารีตแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับค่านิยมและความเหมาะสมของสังคมนั้นสังคมไทยถือว่าบุตรต้องเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งในสังคมตะวันตกไม่ถือแนวความประพฤตินี้ว่าเป็นจารีต เราจึงไม่อาจจะนำจารีตของแต่ล่ะที่ไปเปรียบเทียบกันว่าของใครดีกว่ากัน เนื่องจากแต่ล่ะสังคมย่อมมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และทางสังคมต่างกัน จารีตส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานมาจากหลักศาสนาที่สังคมนั้นยึดถือ ดังนั้นเราควรยอมรับความแตกต่างในแนวการดำเนินชีวิตตามจารีตของสังคมแต่ล่ะสังคม โดยไม่ดูถูกเหยียดหยามจารีตของสังคมอื่นๆ ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้องอย่างไรก็ตามมีจารีตบางอย่างก็เป็นความเชื่อของสมาชิกในสังคม เช่น ในสังคมไทยห้ามสตรีแตะต้องจีวรของพระภิกษุแต่ในสังคมเป็นพื้นฐานในการกำหนดจารีต
3.กฏหมาย (Law) หมายถึง กฏเกณฑ์ของความประพฤติซึ่งสร้างขึ้นโดยองค์กรทางการเมืองการปรกครอง และโดยการรับรองจางองค์กรของรัฐ กฏหมายจึงเป็นกฏเกณฑ์ความประพฤติที่สำคัญสำหรับสังคมปัจจุบันซึ่งมีระบบความสัมพันธ์สลับซับซ้อน
กฏหมายเป็นเกณฑ์ความประพฤติที่มีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้
1) เป็นกฏเกณฑ์ควรประพฤติปฏิบัติของ สมาชิกในสังคมที่บัญญัติเป็นทางการ โดยองค์กรของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการบัญญัติกฏหมาย เช่นรัฐสภา คณะรัฐมนตรี
2) มีการประกาศลายละเอียดของกฏหมายอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
3) มีองค์กรที่ทำหน้าที่ควบคุมให้สมาชิกปฏิบัติตามกฏหมาย เช่น กรมตำรวจ ศาล เป็นต้น
4) มีบทลงโทษผู้ที่ละเมิดฝ่าฝืนกฏหมายโดยทั่วไป กฏหมายและจารีตมักเป็นเกณฑ์แนวความประพฤติสอดคล้องกัน เนื่อจากบัญญัติต่างมักจะมีพื้นฐานมาจากจารีจที่สมาชิกยึดถือ เช่น การที่นายจ้างกระทำทารุณต่อลูกจ้าง นับเป็นการละเมิดจารีตและกฏหมาย ของสังคม เช่น พระราชบัญญัติรูปที่ดิน พระบัญญัติการควบคุมอาหารและยาเป็นต้น กฏหมายเหล่านี้อาจมิได้มีพื้นฐานมาจากจารีตเดิมของสังคมนั้น

ที่มาของข้อมูล : เอกสารประกอบการเรียนวิชามนุษย์กับสังคม (ส42206) โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย