โครงสร้างสังคม


รูปภาพของ sss27198

สถานภาพทางสังคม

สถานภาพทางสังคม(Social Status) หมายถึง ตำแหน่งของบุคคลซึ่งได้มาจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มและของสังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการจัดระเบียบสังคม เนื่องจากการกระทำระหว่างสมาชิกในสังคมย่อมเป็นไปตามสถานภาพที่ตนดำรงอยู่
เมื่อนักเรียนเข้ามาเรียนในเรียนแห่งนี้นักเรียนได้รับสถานภาพทางสังคมคือ การเป็นนักเรียน ต่อมานักเรียนอาจจะมีความสนใจสมัครเข้าร่วมในชมรมต่างๆของโรงเรียน ทำให้ได้รับสถานภาพทางสังคมเพิ่มขึ้นคือการเป็นสมาชิกของชมรม นอกจากนี้ยังได้สถานภาพอื่นๆเช่น การเป็นลูกเสือ เนตรนารี หัวหน้าชั้น เป็นต้น
เราไม่อาจจะดำรงสถานภาพทางสังคมได้ตามความพอใจ เช่น ตั่งตนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้สอบคัดเลือกตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด สถานภาพทางสังคมจึงเกิดขึ้นจากการตกลงยินยอมร่วมกันของสมาชิกในสังคมโดยการกำหนดคุณสมบัติของผุ้ที่จะดำรงสถานภาพทางสังคมนั้นๆ ผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สังคมกำหนดย่อมไม่อาจดำรงตำแหน่งในสภาพทางสังคมนั้นได้
นักศึกษาวิชาทหารรักษาดินแดน เป็นสภาพทางสังคมอย่างหนึ่งของสังคมไทย ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้จะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กรมรักษาดินแดนกำหนดไว้ เช่น ต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา และหากบุคคลผู้นั้นหมดสภาพของการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาก็จะต้องหมดสภาพของการเป็นนักศึกษาวิชาทหารรักษาดินแดนเช่นกัน
สถานภาพทางสังคมอาจจำแนกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
1.สถานภาพดุลยกำเนิด (Ascribad Status) เป็นสถานภาพทางสังคมที่ได้รับโดยกำเนิดที่สำคัญได้แก่ เชื้อชาติ สัญชาติ เพศ (มีตำแหน่งเป็นชายหรือหญิง) อายุ (มีตำแหน่งเป้นเด็ก ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ)และสถานภาพอันเกิดจากการเป็นสมาชิกในครอบครัว เช่น บิดา มารดา บุตร และวงศาคณาญาติอื่นๆเหล่านี้นับเป็นสถานภาพโดยกำเนิดทั้งสิ้น
2.สถานะภาพโดยความสามารถ ของบุคคล (Achiered Status) เป็นสถานภาพทางสังคม ที่เกิดจากการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสถานภาพโดยยึดถือความสามารถตามเกณฑ์ที่สังคมกำหนด เช่นสถานภาพที่ได้จากการศึกษา ได้แก่ ครู นักเรียน นักศึกษา บัณฑิต เป็นต้น สถานภาพที่ได้รับจากการประกอบอาชีพได้แก่ พนักงาน ลูกจ้าง วิศวกร แพท์ เป็นต้น สถานภาพในครอบครัว เฉพาะสามี และภรรยา รวมทั้งสถานภาพอื่นๆ ทางสังคม เช่นการได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ของบุคคลที่มี ความสามารถพิเศษ เป็นต้น
ผลอันเกิดจากสถานภาพทางสังคม สถานภาพทางสังคมก่อให้เกิดผลแก่สังคม ดังนี้
1.ทำให้เกิดสิทธิหน้าที่ สถานภาพแต่ละตำแหน่งจะประกอบไปด้วยการกำหนดสิทธิ และหน้าที่ของสมาชิกในสังคมที่ดำรงสถานภาพ เช่น ผู้ที่เป็นบิดามารดาย่อมมีหน้าที่อบรมสั่งสอน และให้การเลี้ยงดูบุตร มีสิทธิลงโทษเมื่อบุตรกระทำผิดตามความเหมาะสม ในทางกฏหมายบิดามารดาย่อมมีสิทธิมอบทรัพย์สินของตนให้แก่บุตร หรือยกเลิกการให้บุตรใช้นามสกุลของตนในกรณีที่บุตรกระทำความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล เป็นต้น
2.ทำให้เกิดเกียรติยศจากสถานภาพทางสังคมที่สมาชิกดำรงอยู่ เช่น สถานภาพของการเป็นนักเรียน ย่อมได้รับเกียรติว่าเป็นผู้มีการศึกษา สถานภาพทางสังคมแต่ล่ะอย่างจะมีระดับจองเกียรติยศแตกต่างกัน ทั้งนี้เป็นไปตามค่านิยมของแต่ละสังคม ในสังคมไทยแต่เดิมถือว่าข้าราชการเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติในระดับสูง จนคนไทยสมัยก่อนมุ่งแต่รับราชการเป็นสำคัญ ต่อมาค่านิยมของคนไทยสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไป โดยยอมรับการดำรงตำแหน่งของอาชีพอื่นๆว่ามีเกียรติเท่าเทียมกับตำแหน่งในการประกอบอาชีพรับราชการดังนั้นสถานภาพทางสังคมจึงก่อให้เกิดเกียรติยศแก่สมาชิกในสังคม
3.ทำให้เกิดการจัดช่วงชั้นทางสังคม (Social Stratification) หมายถึง การแบ่งแยกสมาชิกในสังคมออกเป็นช่วงชั้น จากชั้นต่ำไปสู่ชั้นที่สูงขึ้น โดยพิจารณาจากสถานภาพทางสังคมที่สมาชิกแต่ละคนดำรงอยู่
ในบางสังคมมีการจัดลำดับช่วงชั้นของสมาชิกในสังคมโดยพิจารณาจากสถานภาพโดยกำเนิดเช่นในสมัยศักดินาสวามิภักดิ์ มีการจำแนกสมาชิกในสังคมออกเป็นกษัตริย์ ขุนนาง พระ สามัญชน และทาส โดยใช้สายตระกูลทางครอบครัวเป็นเกณฑ์จำแนก ในสังคมของชาวอินเดียมีการจัดลำดับช่วงชั้นทางสังคมออกเป็นวรรณะตามสายตระกูลที่บุคคลเหล่านั้นถือกำเนิด เช่น วรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ และวรรณะศูทร เป็นต้น สำหรับสังคมในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมจำแนกช่วงชั้นทางสังคมโดยพิจารณาจากสถานภาพทางสังคม โดยความสามารถเป็นหลักเณฑ์สำคัญได้แก่ สถานภาพทางการศึกษา และอาชีพเป็นต้น

ที่มาของข้อมูล : เอกสารประกอบการเรียนวิชามนุษย์กับสังคม (ส42206) โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย


« แรก‹ หน้าก่อน12345678