โรคบนโลกใบนี้ ~ โรคจอประสาทตาเสื่อม


รูปภาพของ sss27198
โรคจอประสาทตาเสื่อม (Aged-related macular degeneration : AMD)
                  การที่คนเราจะมองเห็นอะไรได้ดีและชัดเจนนั้น ภาพที่เรามองจะต้องสามารถเดินทางผ่านเข้าไปในลูกตา โดยผ่านส่วนประกอบต่าง ๆ ของตา คือ กระจกตา (Cornea) และเลนส์แก้วตา (Lens) ไปตกที่จอประสาทตา (Retina) ซึ่งเป็นผนังชั้นในของลูกตา ที่ประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทตาจำนวนมาก ที่จะส่งสัญญาณภาพที่ได้ผ่านไปทางเส้นประสาทตา (Optic nerve) สู่สมอง เพื่อแปลสัญญาณเป็นภาพที่เรามองเห็น ทำให้เรารับรู้ว่าเป็นภาพอะไร และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น อ่านหนังสือ, ขับรถ หรือทักทายคนรู้จักได้อย่างถูกต้อง 

                                       ที่มาของรูป : http://www.eye.go.th/images/eyeballcut2.jpg
                  บริเวณจุดกลางรับภาพของจอประสาทตาที่เรียกว่า macular เป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดบนจอประสาทตา ที่จะทำให้สามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้ชัดเจน ถ้าจุดกลางรับภาพนี้เสีย จะทำให้มองภาพไม่ชัด เห็นเหมือนมีจุดดำบังตรงกลาง หรือเห็นภาพบิดเบี้ยวไป ทำให้ความสามารถในการเห็นภาพที่ระยะใกล้และไกลเสียไป จนทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น อ่านหนังสือ หรือสนด้ายเข้าเข็มได้ยากหรือไม่สามารถทำได้ 
                  
โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นในจุดกลางรับภาพของจอประสาทตา พบมากในกลุ่มอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม โรคจอประสาทตาเสื่อม จะทำให้สูญเสียการมองเห็นเฉพาะภาพตรงกลาง โดยที่ภาพด้านข้างของการมองเห็นยังดีอยู่ เช่น คุณอาจเห็นขอบของนาฬิกา แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นเวลาอะไร ดังนั้น โดยตัวของโรคจอประสาทตาเสื่อม จะไม่ทำให้การมองเห็นมืดสนิทไปทั้งหมด แม้แต่ในรายที่เป็นมาก คนไข้จะยังพอมองเห็นทางด้านขอบข้างของภาพ และพอที่จะช่วยเหลือดูแลตัวเองได้บ้าง
ชนิดของจอประสาทตาเสื่อม
โรคจอประสาทตาเสื่อม มีลักษณะโรค 2 รูปแบบ คือ
1.แบบแห้ง (Dry AMD) เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด จะมีการเสื่อมสลาย และบางลงของ จุดกลางรับภาพจอประสาทตา (macular) จากขบวนการเสื่อมตามอายุ (aging) ความสามารถในการมองเห็นจะค่อย ๆ ลดลง และเป็นไปอย่างช้า ๆ
2.แบบเปียก (Wet AMD) พบประมาณ 10-15 % ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด แต่มีลักษณะการเกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว และเป็นสาเหตุสำคัญของการตาบอดในโรคจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากการที่มีเส้นเลือดผิดปกติงอกอยู่ใต้จอประสาทตา และผนังชั้นพี่เลี้ยง (Retinal pigment epithelium) มีการรั่วซึมของเลือดและสารเหลวจากเส้นเลือดเหล่านี้ ทำให้จุดกลางรับภาพบวม คนไข้ จะเริ่มมองเห็นภาพตรงกลางบิดเบี้ยว และมืดลงในที่สุด เมื่อเซลล์ประสาทตาตาย
>>ที่มาของข้อมูล : 
http://cc.swu.ac.th/ccnews/content/e1624/e1950/e1955/e1968/index_th.html
http://www.eye.go.th/amd.html
http://www.geocities.com/amdthai/
http://dr.yutthana.com/amd.html
http://guru.sanook.com/encyclopedia/การถนอมสายตาและการป้องกันตาบอด/ 
(สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแห่งที่มาด้านบน) 

รูปภาพของ kalayarat

โรคจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่เริ่มมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้เพราะการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทุกวันนี้  มีการใช้สายตามากขึ้น  โดยเฉพาะมีการใช้เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น  ใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น  การทำงานชิ้นนี้จึงเป็นงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน  ขอชื่นชมในความตั้งใจที่จะค้นหาข้อมูล  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้สนใจนะคะ  ขอบคุณผู้จัดทำ  ยอดเยี่ยมมากค่ะ ( แถมส่งเป็นคนแรกซะด้วย )