โรคกระดูกพรุน ... แล้วกระดูกเราต้องเป็นรูงั้นเหรอ!!!!!!


รูปภาพของ sss27214

วิธีการรักษาและการป้องกัน

 เนื่องจากภาวะโรคนี้ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ  ในระยะที่กระดูกโปร่งบางจะยังไม่แสดงอาการจนกระทั่งเป็นมากจนถึงขั้นกระดูกพรุนจึงจะแสดงอาการ  ดังนั้น  การป้องกันภาวะกระดูกพรุนจึงเป็นการดูแลที่ได้ผลดีมากกว่าการรักษาหลังจากเกิดภาวะกระดูกพรุนแล้ว  มีวิธีการป้องกันดังนี้

• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ  30 นาที  และไม่น้อยกว่า  3 วัน/สัปดาห์  จะทำให้กระดูกมีความหนาและแข็งแรงมากขึ้น
• รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอ  เช่น  นม  เนบแข็ง  กุ้งแห้ง  ปลากรอบ  เห็ดหอม  ถั่วเหลือง  ถั่วแดง  เม็ดบัว  และผักใบเขียว  เช่น  ใบชะพลู  ผักคะน้า  ผักกระเฉด  ยอดสะเดา  ใบโหระพา  ใบมะกรูด  เป็นต้น
• การป้องกันการขาดฮอร์โมนเพศ  โดยปรึกษาสูติ-นรีแพทย์  เพื่อตรวจร่างกายและรับฮอร์โมนทดแทน
การตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน
 ทำได้โดยการตรวจความหนาแน่นของกระดูก  ซึ่งมีหลายวิธี  ดังนี้
• เอกซเรย์ไม่สามารถวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนระยะแรกได้  แต่จะตรวจพบเมื่อความหนาแน่นของกระดูกลดลง  30%
• อัลตร้าซาวนด์ใช้ตรวจเบื้องต้น  มีความแม่นยำปานกลาง  ใช้ตรวจที่ส้นเท้าและข้อมือ
• DEXA (Dual  Energy  X-Ray  Absorptiometry)  เป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนที่มีความแม่นยำสูง  และสามารถตรวจได้หลายตำแหน่ง  ได้แก่  กระดูกสะโพก  ข้อมือ  และกระดูกสันหลัง

การรักษาโรคกระดูกพรุน

 ในปัจจุบัน  การรักษาโรคกระดูกพรุน  มีหลายวิธี  เช่น
• การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนจะช่วยให้เกิดการหนาตัวของกระดูกโดยช่วยเสริมสร้างการเพิ่มเนื้อกระดูกใหม่เมื่อให้ร่วมกับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอ  รวมทั้งมีการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักซึ่งจะทำให้กระดูกแข็งแรงมากขึ้น
• การใช้ฮอร์โมนแคลซิโทนิน
• การให้ยาประเภทแคลเซียมร่วมกับนาประเภทกระตุ้นให้การสร้างเสริมกระดูก

เหตุผลที่เลือกศึกษาโรคนี้

     เพราะทางบ้านรู้จักกับญาติผู้ใหญ่หลายคนที่มีอาการปวดเมื่อยเป็นประจำ และตัวเองก็อยากศึกษาไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้  ในยามที่เรามีอายุมากขึ้น

คิดอย่างไรกับโรคนี้

    โรคนี้เป็นโรคที่ทุกคนสามารถเป็นได้ง่าย และเป็นภัยเงียบด้วยเพราะบางทีคนมักคิดว่าเป็นแค่การปวดเมื่อยธรรมดา แต่อาจจะเป็นโรคนี้ก็ได้ ซึ่งมักจะสาเหตุของกระดูกหักด้วย ถึงแม้ว่าโรคนี้จะมีทางรักษา แต่คนมักจะละเลยกัน ดังน้นโรคนี้เราจึงควรหันมาให้ความใส่ใจและสังเกตว่าสมาชิกหรือคนที่เรารู้จักมีโอกาสเป็นโรคนี้หรือไม่


ที่มาของข้อมูล

http://www.thailabonline.com/osteoporosis.htm
http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-19-03-23-38/211-2009-01-19-08-53-56
http://www.yourhealthyguide.com/article/aj-osteoporesis-1.html

เรียบเรียงข้อมูลโดย : นางสาว ศุภมาศ จิตติธรรมวัฒน์ ชั้น ม.6/7



กระดูกถือว่าสเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากของร่างกาย จากการที่เพื่อนได้ออกมานำเสนอตัวข้าพเจ้าเองคิดว่า คนที่ได้รับรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนนี้ก็จะทำให้ตระหนักและใส่ใจถึงความสำคัญของกระดูกมากขึ้น และรู้จักวิธีที่ทำให้กระดูกแข็งแรง และรู้จักที่จะระมัดระวังในการดำเนินชีวิตหรือไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อกระดูกCool

น.ส.ศิรินทร์    ปัชชา   ม.6/7   เลขที่ 27 (เพื่อน)


รูปภาพของ sss27210

แต่ก่อนเราไม่เคยสนใจเลย

แต่ต้องสนใจแล้วแหละ



ว้าวววว!!ดีจัง จะไว้จำเอาไปบอกแม่นะ

ขอบคุนมาก ขวัญ^^



ข้อมูลเยอะจัง งงง

เต็มเปรี่ยมด้วยความรู้>>> 

ขอบคุณนะ



เนื้อหาครบถ้วนมากๆ เจาะลึกทุกอย่าง ละเอียดจริงๆ

 


รูปภาพของ kalayarat

ขอบคุณค่ะ   ตรวจแล้ว

.กัลยารัตน์